การควบคุมอาหารในผู้ป่วยโรคอ้วน

การควบคุมอาหารในผู้ป่วยโรคอ้วน

การควบคุมอาหารในผู้ป่วยโรคอ้วนมีวิธีดังนี้
1. การลดพลังงานจากอาหาร
ตัวอย่างการคำนวณ
ชายน้ำหนัก 85 กก.สูง 160 ซม
BMI =85/1.6*1.6= 33.20=อ้วน
พลังงานที่คำนวณได้=85*25=2125 kcal
พลังงานที่ลดแล้ว=2125-500=1625 kcal
แต่ละมื้อไม่ควรเกิน 500 kcal

คนปกติคนเราต้องการพลังงานประมาณ 25-35 กิโลแคลอรี/น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ดังนั้นเราสามารถคำนวณพลังงานที่เราควรได้รับในแต่ละวัน โดยเอาน้ำหนักคูณด้วย 25 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นพลังงานทั้งหมด ถ้าเราต้องการลดน้ำหนักให้เอา 500 กิโลแคลอรีลบจากที่คำนวณได้ จะได้พลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน นำพลังงานที่ได้หารด้วย3 จะได้พลังงานที่ควรได้รับในแต่ละมื้อ โดยทั่วไปถ้าหากต้องการลดน้ำหนักผู้หญิง ควรได้พลังงานวันละ 1000-1200 กิโลแคลอรี สำหรับผู้ชายควรได้ 1200-1600 กิโลแคลอรีซึ่งจะทำให้น้ำหนักลดลง ครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์

 

สารอาหาร
คำแนะนำ
พลังงาน ให้ลดจากพลังงานที่ต้องการวันละ500-1000 กิโลแคลอรี
ปริมาณไขมัน ไม่เกินร้อยละ 30 ของพลังงาน
ไขมันอิ่มตัว อยู่ระหว่างร้อยละ8-10 ของพลังงาน
monounsaturated fat ให้ร้อยละ 15 ของพลังงาน
ไขมันไม่อิ่มตัว ให้ร้อยละ 10ของพลังงาน
ปริมาณ cholesterol น้อยกว่า 300 มิลิกรัม/วัน
โปรตีน ให้ร้อยละ 15 ของพลังงาน
คาร์โบไฮเดรต ให้ร้อยละ 55 ของพลังงาน
เกลือ ให้น้อยกว่า 6 กรัมของเกลือแกง
แคลเซียม 1000-1500 มิลิกรัม/วัน
ใยอาหาร 20-30 กรัม/วัน

 

  • ลดพลังงานจากที่ต้องการวันละ 500 กิโลแคลอรี ทำให้น้ำหนักลดลง 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์
  • ไม่ควรรับสุรา เพราะจะทำให้อ้วน
  • ให้ลดอาหารไขมัน
  • ผู้ที่ไขมันในเลือดสูงต้องลดปริมาณไขมันลงอีก cholesterol ให้น้อยกว่า 200 มิลิกรัม/วัน
  • ไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าร้อยละ7
  • โปรตีนให้เลือกที่มาจากพืช
  • พวกแป้งควรเป็นแป้งเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้
  • ระหว่างลดน้ำหนักต้องได้วิตามินและเกลือแร่อย่างพอเพียง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ลดอาหารไขมัน

2. การเปลี่ยนแปลงอาหารสำหรับคนอ้วน
     คนอ้วนจะมีกระเพาะที่ใหญ่กว่าคนปกติ เนื่องจากกระเพาะถูกยืดจากอาหาร ดังนั้นจึงมีอาการหิวบ่อย ทำให้การควบคุมอาหาร ประสบผลสำเร็จน้อย แต่อย่าเพิ่งย่อท้อให้พยายามควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย
  • ให้ลดอาหารไขมัน และน้ำตาล เพิ่มอาหารที่มีใยอาหาร เช่นผักและผลไม้ ผู้ที่ลดอาหารมันในระยะยาวจะต้องรับวิตามินเสริมเช่น vitamins A และ E, folic acid, calcium, iron and zinc
  • ไขมันทดแทน Fat Substitutes ที่มีขายในท้องตลาดเช่น cellulose gel Avicel, Carrageenan (ทำจาก seaweed) guar gum, and gum arabic พวกนี้จะไม่ถูกดูดซึมทำให้เกิดท้องร่วง และปวดท้องและมีวิตามินลดลงเช่น vitamins A, K, D, and E ดังนั้นต้องไดรับวิตามินเหล่านี้เสริม
  • ใยอาหาร ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องเพิ่มอาหารที่มีใยอาหาร เช่นผักผลไม้ ธัญพืชเนื่องจากใยอาหารจะลดการดูดซึมไขมัน และยังป้องกันการขาดวิตามินทำให้ลดอัตราการตายจากโรคหัวใจ
  • น้ำตาลทดแทน ให้ใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลเช่น saccharin, aspartame
3. การเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร

พยายามรับประทานอาหารเฉพาะในมื้ออาหารโดยเฉพาะที่โต๊ะอาหาร และลุกขึ้นจากโต๊ะทันทีที่อิ่ม

  • รับประทานวันละ 3 มื้อ
  • รับประทานอาหารเช้าทุกวัน
  • อย่าอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง
  • เลือกอาหารว่างที่มีไขมันต่ำ
  • รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชที่ไม่ขัดสี
  • ใช้จานใจเล็ก ๆ เพื่อป้องกันการรับประทานอาหารมากไป หลีกเลี่ยงการเติมอาหารครั้งที่ 2
  • รับประทานอาหารอย่างช้า ๆ เคี้ยวอาหารแต่ละคำช้า ๆ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ ทั้งในมื้ออาหาร และระหว่างมื้ออาหาร ดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนอาหาร
  • พยายามเลี่ยงอาหารที่ใช้มือหยิบ เพราะคุณจะเพลินกับการรับประทานอาหาร
  • อย่าเสียดายของเหลือ ไม่จำเป็นต้องทานอาหารจนหมดจาน
  • จำกัดเนื้อสัตว์ไม่ติดมันไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะ
  • รับประทานเนื้อปลาเป็นหลัก เนื้อไก่และเป็ดให้ลอกหนังออก
  • เลือกอาหารที่มีไขมันต่ำแทนอาหารที่มีไขมันสูง
  • อย่าเตรียมอาหารมากเกินความจำเป็น
  • หลีกเลี่ยงอาหารพวก ทอด ผัด แกงกะทิ ให้ใช้ อบ นึ่ง เผา
  • อย่าวางอาหารจานโปรดหรือของว่างไว้รอบ ๆ ตัว
  • อย่าทำกิจกรรมอื่น ๆ ระหว่างรับประทานอาหาร เช่น อ่านหนังสือ, ดูโทรทัศน์ เพราะจะรับประทานอาหารมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว
  • พยายามหางานอดิเรกทำเมื่อเวลาหิว
  • อาหารเหลือให้เก็บทันที
  • ไม่หยิบหรือชิมอาหาร
  • หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยครีม เครื่องจิ้มที่มีไขมันสูง
สรุปสิ่งที่ผู้ป่วยต้องเรียนรู้เกี่ยวกับอาหาร
  •   พลังงานที่ได้จากอาหารแต่ละชนิด
  •   สารอาหาร เช่น แป้ง ไขมัน โปรตีน
  •   อ่านสลากอาหารว่ามีปริมาณพลังงานเท่าใด
  •   การเลือกซื้ออาหารที่มีพลังงานน้อย
  •   การเตรียมอาหารที่มีไขมันน้อยหลีกเลี่ยงการผัด ทอด ใช้ต้ม เผา อบ นึ่งแทน
  •   หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มากเกินไป
  •   ดื่มน้ำให้มาก
  •   ใช้จานเล็ก
    รูปภาพที่เกี่ยวข้อง