พระวัดพระธรรมกาย ยุติอดอาหารประท้วงยกเลิก ม.44 หลังผ่านมา 7 วัน

พระสงฆ์ 5 รูป วัดพระธรรมกาย ยุติอดอาหารประท้วงยกเลิก ม.44 แล้ว หลังอดอาหาร 7 วัน ร่างกายอิดโรย เตรียมหาวิธีอารยะขัดขืนใหม่

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 พระเสกสรรค์ อัตตทโม ประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม จ.ชัยนาท ตัวแทนพระเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ได้เปิดเผยหลังจากที่เจรจากับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษว่า การเจรจาเป็นการสอบถามทุกข์สุขตามปกติ ไม่มีการเจรจาเรื่องตรวจสอบใบสุทธิสงฆ์แต่อย่างใด ซึ่งขอยืนยันว่า พระที่ปักหลักสวดมนต์ที่ตลาดกลางคลองหลวงมีใบสุทธิอย่างถูกต้อง และในเวลา 18.45 น. ลูกศิษย์ประมาณ 100 คน จะจุดเทียนสันติภาพเพื่ออธิษฐานจิต ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกมาตรา 44

ขณะที่พระอิสรภาพ อาจารสัมปันโน เครือข่ายวัดพระธรรมกาย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ตอนนี้ได้ให้พระสงฆ์ 5 รูปยุติการอารยะขัดขืนด้วยการอดอาหารประท้วงแล้ว หลังจากอดอาหารนานกว่า 7 วัน พระมีอาการอิดโรยและเหนื่อยล้า ซึ่งหลังจากนี้จะหาวิธีการอารยะขัดขืนรูปแบบอื่น เพื่อเรียกร้องให้ คสช. ยกเลิกมาตรา 44

เขยโรงสีร้องกองปราบฯ เงินฝากของพ่อตากว่า 500 ล้าน หายเกลี้ยง

คุณลุงวัย 73 ปี เข้าร้องกองปราบฯ หลังเงิน 506 ล้านบาท ของพ่อตาที่ฝากไว้กับธนาคารดัง หายเกลี้ยง เผยขอหลักฐานชี้แจงกลับถูกบ่ายเบี่ยงและไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 นายภิญโญ ภิญโญชีพ อายุ 73 ปี พร้อมด้วย นางทิวา พิทท์ ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต. วิทวัส สายอ๋อง สารวัตร (สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวม 13 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ กรณีเงินสดจำนวน 506 ล้านบาท ของนายสง่า คุ้มบาง ซึ่งเป็นพ่อตาและเป็นเจ้าของโรงสีข้าวหายไป หลังฝากไว้กับธนาคาร

ทั้งนี้ นายภิญโญ กล่าวว่า ตนและนางนันทา คุ้มบาง ภรรยา ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายสง่า คุ้มบาง (พ่อตาที่เสียชีวิตไปแล้ว) เจ้าของโรงสีสง่าพาณิชย์ จ.ปทุมธานี รู้สึกคับข้องใจเนื่องจากเงินจำนวน 506 ล้านบาท ของพ่อตาที่เคยฝากไว้กับธนาคาร ทั้งบัญชีฝากประจำและบัญชีออมทรัพย์ รวม 4 บัญชี เพื่อใช้สำหรับค้ำประกันการทำธุรกรรมกับรัฐบาล นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ได้หายไปจนหมด โดยที่ผ่านมาได้มีการแจ้งขอคำชี้แจงและหลักฐานจากทางธนาคาร แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและไม่เคยได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน จะมีเพียงการทำหนังสือแจ้งมาว่านายสง่าเคยถอนเงินออกไปหมด และเคยนำโฉนดที่ดินมาแลกกับบัญชีธนาคารไปแล้ว แต่เมื่อตนดำเนินการตรวจสอบกลับไม่พบการทำธุรกรรมในโฉนดที่ดิน
ต่อมา ตนได้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบและเร่งรัด ทางธนาคารจึงทำหนังสือชี้แจงกลับมาอีกครั้งว่า นายสง่า ได้มีการทำธุรกรรมกับทางธนาคารจนเป็นหนี้ทำให้ทางธนาคารต้องยึดบัญชีไว้ และขั้นตอนกระบวนการได้สิ้นสุดลงในชั้นศาลแล้ว ซึ่งตนและครอบครัวมองว่าเป็นคนละประเด็นกับที่ได้ร้องขอความเป็นธรรมไป

อย่างไรก็ตาม หากตนได้รับหลักฐานที่ชัดเจนและตรงตามที่ตนและครอบครัวมีอยู่ คงไม่ดำเนินการขนาดนี้ แต่เป็นเพราะทางธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองใช้วิธีทำหนังสือชี้แจงมา และเมื่อพิจารณาแล้วมองว่าการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ จึงดำเนินการเข้าแจ้งความดังกล่าว

ชี้เล่นพนันตั้งแต่เด็กเสี่ยงติด’การพนัน’ เล็งใช้บทเรียนต่างชาติแก้ปัญหาเด็กไทย

มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ร่วมด้วยคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องแนวทางการขับเคลื่อนของภาคประชาสังคมในการลดผลกระทบจากการพนัน โดยมีนักวิชาการ และตัวแทนจากเครือข่ายครอบครัวและเยาวชนร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ที่โรงแรมเอเชีย
นายพงศธร จันทรัศมี ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนสังคมและนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีความพยายามในการสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้คนไทย ทั้งผู้ใหญ่ และเยาวชน เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการพนันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็พบว่าสถานการณ์การพนันในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักพนันหน้าใหม่ หรือกลุ่มเด็ก และเยาวชนที่ควรจะเป็นกลุ่มที่ได้รับความรู้ความเข้าใจ เพื่อไม่ให้ตกเข้าไปอยู่ในวังวนของการพนันมากขึ้น

นายพงศ์ธรกล่าวต่อว่า จากข้อมูลการสำรวจของคณะเศรษฐศาสตร์ ร่วมกับสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2553 พบว่า กว่าร้อยละ 75 ของคนไทยล้วนเคยเล่นพนัน โดยประเภทพนันที่เล่นในครั้งแรกเริ่มจากหวยใต้ดิน (ร้อยละ 46) สลากกินแบ่งรัฐบาล (ร้อยละ 20.7) ไพ่ (ร้อยละ 18.6) พนันฟุตบอล (ร้อยละ 3.5) และ ไฮโล (ร้อยละ 2.8) แม้ว่ากลุ่มอายุผู้เล่นสูงสุดส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มผู้ทำงาน แต่ก็พบว่าเยาวชน อายุน้อยกว่า 24 ปี เฉพาะพื้นที่สำรวจพบว่า เล่นพนันกว่าร้อยละ 4 หรือเกือบ 2 ล้านคน

จากการศึกษาทางการแพทย์ระบุว่า การเริ่มเล่นพนันในอายุน้อย ทำให้มีโอกาสที่จะติดพนันสูงกว่าผู้เริ่มเล่นพนันเมื่ออายุสูงขึ้น ดังนั้นการให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้การจะขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนันจึง ควรเน้นไปที่การทำงานเชื่อมโยงทั้งจากภาควิชาการ เครือข่ายภาคประชาชน และการเรียนรู้จากประสบการณ์ของต่างประเทศ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน จะช่วยให้สามารถนำไปขยายเป็นยุทธศาสตร์การทำงานข้อเสนอเชิงนโยบายต่อไป

ตะลึงนศ.ติดพนันถึง66.7% ชี้เกิดจากเพื่อน-โทรทัศน์

สืบเนื่องจากสถานการณ์การพนันในปัจจุบัน ได้ขยายออกไปในวงกว้างและมีการพัฒนารูปแบบและชนิดของการเล่นการพนันออกไปอย่างหลากหลาย ทำให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย เข้าถึงการพนันได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในกลุ่มนิสิตนักศึกษา ที่ปัจจุบันพบว่ามีสถิติการเล่นพนัน และมีทัศนคติในเชิงบวกต่อการเล่นการพนันมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นเครือข่ายคณาจารย์สื่อสารมวลชนร่วมขับเคลื่อนสังคมเพื่อลดปัญหาการพนัน ร่วมกับมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ จึงเล็งเห็นถึงปัญหาและร่วมกันจัดเวทีรณรงค์การสื่อสารต้านภัยพนันในสถาบันอุดมศึกษาขึ้น

รศ.ดร.สุมาลี ไชยศุภรากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เปิดเผยว่า การเล่นการพนันมีสาเหตุจูงใจเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1.เล่นเพื่อความบันเทิง ต้องการเสี่ยงโชค ซึ่งอาจไม่ส่งผลกระทบและไม่เกิดปัญหามากนัก 2.เล่นการพนันเพื่อเป็นช่องทางในการขยับฐานะอย่างรวดเร็ว เล่นเพื่อหวังรวย ซึ่งกลุ่มนี้ถือว่ามีอาการน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะว่าอาจนำไปสู่อาชญากรรม หรือกลายเป็นเหยื่อของอาชญากรรม ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีนักศึกษาที่เล่นพนันจนต้องกู้หนี้นอกระบบ และ 3.กลุ่มที่ติดการพนัน เล่นแล้วเลิกไม่ได้ แต่ไม่ได้เป็นผลมากจากฐานะแต่มีปัญหาทางสภาพจิตใจ อย่างไรก็ตามสำหรับการเล่นการพนันในกลุ่มนักศึกษาถือว่ามีความเสี่ยงมากเนื่องด้วยนักศึกษาเป็นกลุ่มคนที่เชื่อคนง่าย ขาดวิจารณญาณ และที่สำคัญยังเชื่อในโชคชะตามากขึ้น ทำให้เราต้องเร่งตระหนักและร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อหยุดและยับยั้งทัศนคติในเชิงบวกของการเล่นการพนันในกลุ่มนักศึกษา

ขณะที่ ดร.บุปผา ลาภะวัฒนาพันธ์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศึกษาวิจัยเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับข่าวสารกับทัศนคติ และพฤติกรรมการเล่นการพนันของนิสิตนักศึกษาในสภาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ” ที่ตอกย้ำว่าการพนันในกลุ่มนิสิตนักศึกษากำลังขยายวงกว้าง อีกทั้งนิสิตนักศึกษาได้เข้าไปอยู่ในวงล้อมของการพนันอย่างไม่รู้ตัว ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่านักศึกษามีประสบการณ์ในการเล่นการพนันกว่าร้อยละ 66.7 และนักศึกษาส่วนใหญ่มีความถี่ในการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับการเล่นการพนันจากสื่อบุคคลที่เป็นเพื่อนมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 3.66 ครั้งต่อเดือน รองลงมาคือ สื่อโทรทัศน์ มีค่าเฉลี่ย 3.27 ครั้งต่อเดือน และ สื่อเว็บไซต์ มีค่าเฉลี่ย 2.93 ครั้งต่อเดือน ขณะที่การเปิดรับจากสื่อหนังสือพิมพ์ และสื่อเฟสบุ๊คมีความใกล้เคียงกัน คือมีค่าเฉลี่ย 2.78 ครั้งต่อเดือน และ 2.75 ครั้งต่อเดือน ตามลำดับ โดยเพศชายมีทัศนคติในเชิงบวกเกี่ยวกับการเล่นการพนันมากกว่าเพศหญิงและเพศทางเลือก คือเพศชายเคยมีประสบการณ์การเล่นการพนันถึงร้อยละ 76.5 รองลงมาเป็นเพศทางเลือกร้อยละ 67.6 และเพศหญิงร้อยละ 58.2 ขณะเดียวกันนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอกชนมีทัศนคติในเชิงบวกเกี่ยวกับการเล่นการพนันมากกว่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากสถานะทางสังคมและรายได้ของนักศึกษาที่ต่างกัน นอกจากนี้นักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยสะสม 1.01-2.00 จะมีความถี่ในการเล่นพนันมากกว่ากลุ่มที่เรียนดี

“แม้การศึกษาวิจัยครั้งนี้จะเป็นการศึกษาในระดับกลุ่มนักศึกษา แต่ผลการวิจัยทำให้พบว่า นิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่ มีประสบการณ์การเล่นพนันมาก่อน โดยร้อยละ 28.4 เริ่มเล่นการพนันครั้งแรกตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลาย รองลงมาคือร้อยละ 28.1 เริ่มเล่นการพนันครั้งแรกในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และเริ่มเล่นการพนันในระดับประถมศึกษาร้อยละ 24.3 นอกจากนี้ นักศึกษาที่มีประวัติการเริ่มเล่นการพนันครั้งแรกตอน ปวช.จะมีความถี่ในการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับการเล่นพนันมากกว่านักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่มีประวัติการเริ่มเล่นการพนันครั้งแรกตอนประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวส.และมหาวิทยาลัย ซึ่งการเล่นการพนันครั้งแรกจะมีอิทธิพลต่อความถี่ในการเปิดรับข่าวสารและทัศนคติเกี่ยวกับการเล่นการพนัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดรับข่าวสารผ่านสื่อมวลชนอย่างสื่อโทรทัศน์กับหนังสือพิมพ์” ดร.บุปผากล่าว

ดร.บุปผากล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดรับข่าวสารเกี่ยวกับการเล่นการพนันจากสื่อประเภทต่างๆ อาทิ สื่อมวลชน สื่อเฉพาะกิจ สื่อบุคคล และสื่อใหม่ ที่ยิ่งมีมากเท่าไหร่ นิสิตนักศึกษาก็จะยิ่งมีทัศนคติเกี่ยวกับการเล่นพนันในทางบวกและมีความถี่ในการเล่นพนันสูงขึ้นด้วย ดังนั้นการนำเสนอของสื่อจึงจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ต้องมีการนำเสนออย่างรอบด้าน ส่วนบทบาทของมหาวิทยาลัยควรปลูกฝังให้นิสิตนักศึกษารู้เท่าทันสื่อ และสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับพิษภัยของการพนันให้มากขึ้นด้วย อาทิ การเปิดเสียงตามสายในมหาวิทยาลัย การส่งข้อมูลและคำเตือนเกี่ยวกับการพนันผ่านระบบฐานข้อมูลของนักศึกษา เพื่อเป็นการป้องกันการเล่นการพนันไม่ให้ขยายวงกว้าง

อาจารย์สอนสื่อ9สถาบัน วอนแก้ปัญหาพนันเยาวชน

สืบเนื่องจากวันที่ 20 กันยายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันเยาวชนแห่งชาติ” ซึ่งเยาวชนถือเป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต หากแต่มีสถิติที่น่าตกใจ จากการสำรวจสถานการณ์ของเยาวชน พ.ศ2556 โดยเครือข่ายเยาวชน 4 ภาค ของศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาการพนัน มูลนิธิสดศรี-สฤษดิวงษ์ พบว่า เยาวชนร้อยละ 62 เคยเล่นไพ่ ร้อยละ 39 เคยเล่นหวยใต้ดิน ร้อยละ 35 เคยเล่นสลากกินแบ่งรัฐบาล ร้อยละ 26 เล่นพนันฟุตบอล ร้อยละ 12 เคยส่งเอสเอ็มเอสชิงโชค และ ร้อยละ 7 เล่นหวยออนไลน์ ทั้งนี้ยังพบว่า เยาวชนในทุกภูมิภาคการพนันที่เล่นมากที่สุดคือไพ่และไฮโล ซึ่งเยาวชนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี จะมีสถานการณ์เสี่ยงต่อการพนันมากที่สุด อีกทั้งเด็กและเยาวชนที่เริ่มเล่นพนันมักไม่ถูกลงโทษจากครอบครัวทำให้รู้สึกว่าการเล่นพนันไม่ใช่เรื่องผิด ทำให้เยาวชนในทุกภูมิภาคยังมีระดับของความรู้ความเข้าใจต่อการพนันที่ต่ำกว่าเกณฑ์

น.พ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เลขาธิการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิวงษ์ กล่าวว่า คนที่เล่นการพนันจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือเล่นพนันจนเกิดปัญหา อีกกลุ่มคือเป็นโรคติดการพนัน แต่ไม่ว่าจะเล่นด้วยเหตุผลอะไร ก็ล้วนแล้วแต่เสพติดการพนันด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งการเสพติดการพนันองค์การอนามัยโลกได้จัดว่าเป็นความผิดปกติของการควบคุมแรงผลักดันที่เรียกว่า Impulse control DISorder ซึ่งจะทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง นอกจากนี้ยังมีการวิจัยพบว่า ผู้ที่ติดการพนันอาจจะทำให้เกิดโรคทางจิตเวชตามมาเช่นโรคซึมเศร้า หรือทำให้เกิดการฆ่าตัวตาย ส่วนปัญหาของเยาวชนที่ติดการพนันนั้น พบว่าวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ติดการพนันมาจะมีจิตใจที่ไม่อยากจะเรียนหนังสือ หมกมุ่นอยู่กับการเล่นพนัน ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ขาดคนที่มีคุณภาพทัดเทียมกับคนในประเทศอื่น และขาดกำลังความคิดของคนในวัยหนุ่มสาวที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นเราจึงจำเป็นหาทางออกร่วมกันในการป้องกันปัญหาการติดพนันในเยาวชนของเรา

‘คอนเต้’เฉลยเหตุ‘เชลซี’ฟอร์มฉลุยจนใกล้คว้าแชมป์ลีก เพราะแข้ง‘สิงห์’เคยเป็นแชมป์มาแล้ว

อันโตนิโอ คอนเต้ ที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมเชลซีฤดูกาลแรก แต่กำลังจะพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดประเทศอังกฤษ ได้ทันที ให้สัมภาษณ์หลังเปิดบ้านชนะสวอนซี ซิตี้ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016-17 นัดที่ 26 จากทั้งหมด 38 นัด เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ จนไม่เปิดโอกาสให้รองจ่าฝูง และบรรดาทีมที่ไล่หลังมาลดช่องระหว่างคะแนนว่า สาเหตุที่ทีม “สิงห์บลู” มีสิทธิคว้าแชมป์ลีก ก็เพราะนักเตะหลายคนในทีมเคยมีประสบการณ์เป็นแชมป์ลีก 2 ฤดูกาลก่อนมาแล้ว

แม้เกมนี้ เชลซีจะได้ประตูนำอย่างรวดเร็วจากเชสก์ ฟาเบรกาส อดีตห้องเครื่องอาร์เซน่อล ที่ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นนัดที่ 300 ในชีวิตตั้งแต่ 19 นาทีแรก แต่ทีม “หงส์ขาว” ตามตีเสมอ 1-1 จากลูกโหม่งเฟร์นานโด ญอเรนเต้ ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก แถมเจ้าถิ่นยังเกือบเสียจุดโทษนาที 68 หลังเซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า กองหลังเชลซีใช้แขนขวางบอลที่กิลฟี่ ซิกูร์สสัน แนวรุกสวอนซีพยายามยกบอลหลบในกรอบเขตโทษ ทว่านีล สวาร์บริค ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นจุดโทษ

โดยเชลซีต้องรอถึงนาที 72 กว่าจะได้ประตูนำ 2-1 อีกครั้ง จากจังหวะที่ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ นายทวารสวอนซี รับลูกยิงของเปโดร โรดริเกซ หลุดมือเข้าไป ตามด้วยลูกยิงย้ำชัย 3-1 ของดีเอโก้ คอสต้า ช่วง 6 นาทีสุดท้าย ส่งผลให้ทีมสิงห์บลูมี 63 คะแนนจากการแข่ง 26 นัด หนีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง ซึ่งไม่มีโปรแกรมเตะในสุดสัปดาห์นี้ และแข่งน้อยกว่า 1 นัดเป็น 11 คะแนน

จบเกม คอนเต้ในวัย 47 ปี ที่เคยเป็นอดีตนักเตะระดับตำนานยูเวนตุส และผันตัวเป็นกุนซือในเวลาต่อมา รวมทั้งกลับมาคุมทีม “ม้าลาย” คว้าแชมป์ลีกประเทศอิตาลี เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ในฤดูกาล 2011-12 และคุมทีมชาติอิตาลี มาแล้วกล่าวว่า การมีสมาธิลุ้นแชมป์ลีกตลอดฤดูกาลไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เชลซีมีนักเตะหลายคนที่เคยเป็นแชมป์ลีก

ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ดีว่าทีมจะต้องรักษาช่องว่างระหว่างคะแนนกับทีมที่ตามหลังมาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะคว้าแชมป์ได้ ซึ่งตนรู้สึกโชคดีเป็นอย่างมากที่มีลูกทีมที่มีประสบการณ์ในการเป็นแชมป์แบบนี้ และหากมีช่วงไหนที่นักเตะเริ่มทำตัวสบายๆ มากเกินไป เป็นหน้าที่ตนในการช่วยให้ทุกคนกลับมามีสมาธิในการลุ้นแชมป์อีกครั้ง แต่ในความจริง ตนไม่จำเป็นคอยเตือนนักเตะชุดนี้เลย

ก่อนหน้านี้ เชลซีเคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014-15 แบบม้วนเดียวจบ ภายใต้การคุมทัพของโจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนปัจจุบัน และมีนักเตะจากชุดแชมป์ดังกล่าวในเวลานี้ไม่ต่ำกว่า 10 คนเลยทีเดียว

ส.บอลเร่ง’ซิโก้’แก้สัญญาคุมทัพ’ช้างศึก’เส้นตาย28ก.พ.-ขู่เกินกำหนดตั้งเฮดโค้ชใหม่แทน!

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ส่งหนังสือถึง บริษัท สปอร์ตฮีโร่ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เรื่องให้เร่งรัดการแก้ไข และลงสนามสัญญาว่าจ้าง “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในการต่อสัญญาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีม “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ มิเช่นนั้นจะแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่เข้ามาคุมทีมชาติไทยแทน

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ระบุว่า ฝ่ายกฏหมายสมาคมได้ดำเนินการส่งหนังสือถึงฝ่ายกฎหมาย บริษัท สปอร์ตฮีโร่ เพื่อขอให้เร่งรัดการแก้ไข และลงนามสัญญาการว่าจ้างเป็นผู้จัดหาหัวหน้าผู้ฝึกสอน และบุคลากรให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยโดยเร็ว หากยังไม่บรรลุข้อตกลง สมาคมจำเป็นต้องแต่งตั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอน และบุคลากรกีฬาเข้ามาดำเนินการทำหน้าที่ต่างๆ แทน

ตามที่ บริษัท สปอร์ตฮีโร่ ได้ส่งร่างแก้ไขสัญญาจากร่างเดิมที่สมาคมได้ส่งให้ผ่านทางฝ่ายกฏหมายนั้น สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในฐานะผู้ว่าจ้างขอยืนยันให้ บริษัท สปอร์ตฮีโร่ ในฐานะผู้รับจ้างปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อเสนอของสมาคมอย่างเคร่งครัด อันเป็นความชอบธรรม และเป็นธรรมในการรับผิดชอบต่อกันทางแพ่ง และด้านภาษีที่แต่ละฝ่ายควรปฏิบัติ

หากทำตามที่เสนอแนะจะทำให้สมาคมเกิดความรับผิดชอบในทางกฏหมาย และภาษีในภายหลัง จึงขอยืนยันให้ปฏิบัติตามร่างสัญญาของสมาคมภายในกำหนดเวลา มิฉะนั้นสมาคมจะถือว่าปฏิเสธที่จะเข้าทำสัญญา และถือว่าเป็นความชอบธรรมของสมาคมที่จะยกเลิกการเจรจาในครั้งนี้

ทั้งนี้ เพื่อให้ภารกิจในการทำหน้าที่ของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยสำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ก่อให้เกิดความผิดพลาดเสียหายขึ้น เนื่องจากในช่วงต้นเดือนจนถึงกลางเดือนมีนาคมนี้ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาจะต้องเดินทางไปประชุมร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยเหตุนี้สมาคมจึงไม่อาจรอต่อไปได้

ดังนั้น หาก บริษัท สปอร์ตฮีโร่ ยังประสงค์จะเข้าทำสัญญา ขอให้ถือร่างสัญญาที่ฝ่ายกฎหมายสมาคมส่งให้เป็นหลักในการพิจารณา และรีบดำเนินการเข้าทำสัญญาไม่เกินวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ โดยติดต่อกับฝ่ายกฎหมายสมาคมตามที่ได้เคยประสานงานไว้

ชื่นใจ’น้องนาเซีย’7ขวบตามช่วย’แม่’ เก็บขยะกวาดถนน

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ@ชวนกันสร้างภาพ ได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของ กทม.ซึ่งเป็นผู้หญิง กำลังทำงานอยู่ โดยที่มีสาวน้อยวัยน่ารักช่วยทำงานด้วย พร้อมระบุข้อความว่า

“#ชื่นชมเด็กดีเด็กขยัน.!! วันนี้ผมขับผ่านถนนศรีนครินทร์ ลงมาจากสะพานศรีเอี่ยม ที่ริมฟุตปาธ มองไปเห็น จนท.ฝ่ายรักษาของ กทม.กำลังทำหน้าที่กวาดถนนอยู่ ใกล้ๆกัน ผมเห็นมีเด็กผู้หญิงตัวน้อยแต่งตัวทะมัดทะแมง ทราบชื่อต่อมาคือ  น้องนาเซีย อายุ7 ปี เธอจะเดินถือกระสอบช่วยคุณแม่เก็บขยะริมฟุตปาธ และทราบจากคุณแม่ของน้องว่า ทุกวันหยุดที่น้องไม่ได้ไปโรงเรียน น้องก็จะตามคุณแม่ออกมาช่วยเก็บขยะที่ริมถนนแบบนี้อยู่เป็นประจำ..บนรถของผมมีสิ่งเล็กๆเป็นขนมและน้ำดื่มติดมาด้วย ผมจึงเดินเอาไปมอบให้ทั้ง 2 และขอชื่นชมน้องนาเซียขอให้น้องจงเป็นเด็กดีของบ้าน ของสังคมและขอให้น้องเรียนเก่งๆโตขึ้นไปเป็นกำลังที่ดีของแผ่นดินด้วยครับ…”

โดยโพสต์ดังกล่าวสร้างความชื่นชมให้กับบรรดาชาวเน็ตอย่างมาก เนื่องจากในระยะหลังมักมีแต่เรื่องไม่ดี เรื่องดราม่าที่อ่านแล้วทำให้หัวใจหดหู่ แต่เรื่องดังกล่าวทำให้หัวใจแช่มชื่นขึ้นมาได้

เป็นงง พบพระกางเต็นท์นอนริมถนน ซดเครื่องดื่มชูกำลัง-ดูหนังโป๊

เป็นงง พบพระกางเต็นท์นอนริมถนน ซดเครื่องดื่มชูกำลัง แถมมีหนังโป๊ไว้เปิดดู จับสึกโดยทันที

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2560) ประชาชนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ และ พระครูวินัยศุภชัย ธมวโณ พระวิญญาธิการ(พระตำรวจ) วัดราษฎร์เจริญศรัทธาธรรม ขอให้ตรวจสอบ ภายหลังพบมีพระภิกษุมากางเต็นท์นอนอยู่ข้างถนน ข้างศาลารอรถโดยสารประจำทาง ม.10 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นเวลาร่วมสัปดาห์ ทำใหสงสัยว่าเป็นพระปลอมหรือไม่
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบภายในเต็นท์ดังกล่าว มีภิกษุนอนอยู่ 1 รูป ทราบชื่อตามบัตรประชาชนคือ พระแหลมทอง หาดงาช้าง อายุ 63 ปี แต่ไม่พบใบสุทธิของพระ ตัวพระแหลมทองอยู่ในอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง นอกจากนั้นยังตรวจสอบพบเครื่องดื่มชูกำลังตราพญานาค จำนวน 3 ขวด ในย่ามยังพบแผ่นซีดีหนังโป๊นับสิบแผ่น พร้อมด้วยเครื่องเปิดซีดี
จากการสอบถามวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ใกล้เคียง ทราบว่า พระรูปดังกล่าวมากางเต็นท์นอนอยู่ที่นี่อาทิตย์กว่าแล้ว โดยเช้าก็ออกบิณฑบาตตามบ้านเรือนประชาชนในละแวก ตนนึกว่าแค่ธุดงค์ผ่านมาเท่านั้น แต่แปลกที่อยู่นานเกินไป ส่วนทางด้านพระแหลมทอง บอกว่าตนบวชที่ วัดคอออม จังหวัดชุมพร โดยก่อนที่จะออกจากวัดมาตั้งใจจะมาหาญาติที่ปราจีนบุรี แต่จากการโทรสอบถามไปที่ต้นสังกัด บอกว่าท่านได้หนีออกมา
ทั้งนี้ทางด้านพระวิญญาธิการเห็นว่าการกระทำเช่นนี้เข้าข่ายทางผิดทางโลกคือ โลกวัชชะ ประชาชนติเตียน ส่วนในทางสงฆ์นั้นแค่ปาจิตี ซึ่งได้ประสานไปทางต้นสังกัดแล้วขอให้ทำการสึกพระแหลมทองให้พ้นทางความเป็นพระ โดยได้นำตัวไปให้พระครูบุญเขตตาภรณ์ เจ้าคณะตำบลกรอกสมบูรณ์ทำการสึก เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียในด้านพระพุทธศาสนา ก่อนที่จะมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการต่อไป

เผยพนันออนไลน์พุ่ง20% เงินสะพัดทั่วโลก3หมื่นล้าน

เปิดข้อมูลธุรกิจพนันออนไลน์รุ่งเรืองโตร้อยละ 20 ต่อปี วงเงินสะพัดทั่วโลกกว่าสามหมื่นล้าน นักวิชาการเผยเยาวชนไทยติดพนันออนไลน์หนัก ทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินใช้หนี้ ทั้งปล้นชิงทรัพย์-ขายบริการ-ค้ายาเสพติด ด้าน “ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย” แนะออกมาตรการควบคุมและป้องกันการใช้บริการ โดยการจดทะเบียนผู้ประกอบการและผู้เข้าเล่นอินเตอร์เน็ต ประสานสถาบันการเงินห้ามการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ในการพนันออนไลน์

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้พฤติกรรมติดการพนันเป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง เรียกว่า Pathological gambling หรือ โรคติดพนัน อาการคือ แม้ผู้เล่นการพนันจะมีความทุกข์จากการเล่นพนัน แต่ก็หยุดไม่ได้ ยังคงต้องเล่นต่อไป มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ร่วมกับ เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน สมาคมครอบครัวศึกษาแห่งประเทศไทย ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน จัดเสวนา “ความท้าทายในการจัดการสำหรับบริบทของสังคมไทย” เพื่อนำเสนอปัญหาและหาทางออกให้การแก้ปัญหาการพนันในประเทศไทย

นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนสังคมและนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน มูลนิธิสดศรี- สฤษดิ์วงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันพนันออนไลน์เป็นที่นิยมสำหรับเด็กและเยาวชนจำนวนมาก โดยพนันออนไลน์เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี และรายได้ของธุรกิจนี้ทั่วโลก มีการประมาณการณ์ไว้อยู่ที่ 25,000-31,750 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับประเทศไทยแล้วการพนันออนไลน์จัดอยู่ในประเภทการพนันที่ผิดกฎหมาย โดยรูปแบบการพนันออนไลน์ในปัจจุบันที่ได้รับความนิยมได้แก่ พนันฟุตบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ และพนันม้าแข่ง ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้การพนันประเภทนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มาจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว และสะดวก ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แทบเล็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทำให้ยากต่อการติดตามกำกับและควบคุม โดยกลุ่มผู้เล่นพนันออนไลน์สามารถจำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนักศึกษาในสถาบันต่าง ๆ กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง และกลุ่มที่เล่นเป็นครั้งคราว โดยช่องทางการโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ยังถือเป็นช่องทางหลักในการเล่นการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายในประเทศไทย นอกจากนี้ยังใช้เว็บไซต์และเฟสบุ๊คกลายเป็นสื่อใหม่ที่นักศึกษาใช้เพื่อเป็นแหล่งในการศึกษาข้อมูลที่ใช้เปิดรับข่าวสารเรื่องการพนันมากขึ้น

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ระบุสถิติของการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเยาวชนที่ติดพนันทั้งออนไลน์และไม่ออนไลน์ ซึ่งร้อยละ 61 จะปล้นชิงทรัพย์หรือล่อลวงเงินจากคนใกล้ชิด ร้อยละ 12 ทำร้ายร่างกายคนใกล้ชิด ร้อยละ 9 ขายทรัพย์สินใช้หนี้พนัน ร้อยละ 7 ขายบริการทางเพศ ร้อยละ 6 พยายามฆ่าตัวตาย และร้อยละ 5 ค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องร่วมกันหามาตรการในการป้องกันให้เด็กและเยาวชนของเราห่างไกลจากการพนันออนไลน์ให้ได้

ด้าน น.ส.ศรีดา ตันทะอธิพานิช ผู้จัดการมูลนิธิอินเตอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า หลังจากที่ได้ศึกษาผลกระทบของพนันออนไลน์ใน 9 ประเทศของต่างประเทศ พบว่ามีปัญหาที่คล้ายคลึงกันคือ แนวทางในการควบคุมกำกับดูแลการพนันออนไลน์ หากแต่บางประเทศก็ได้มีการออกกฎหมายที่เข้มงวด อาทิ ประเทศฝรั่งเศสที่อนุญาตให้มีการเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ได้ หากแต่เจ้าของกิจการและเครื่องส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะต้องตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น และจะต้องมีกฎหมายควบคุมเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าไปเล่นการพนันออนไลน์ได้ นอกจากนี้แล้วในหลายประเทศยังได้มีการออกกฎหมายควบคุมพนันออนไลน์ที่ชัดเจน และมีการแยกประเภทว่า แบบใดเรียกว่าพนันออนไลน์ และแบบใดที่ถูกหรือผิดกฎหมาย อีกทั้งในหลายประเทศยังมีการตั้งคณะกรรมการหรือหน่วยงาน ที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลการพนันออนไลน์ที่ชัดเจน รวมถึงมีการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์พนัน และการพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย และจัดเรตติ้งเนื้อหาและระบบกรองข้อมูลผิดกฎหมายบนอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และแทบเล็ต และมีการห้ามและควบคุมการโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ โดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งในประเทศไทยควรจะดำเนินการในลักษณะนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนที่เข้าถึงการพนันออนไลน์เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น

ผู้จัดการมูลนิธิอินเตอร์เน็ตฯ กล่าวต่อว่า สำหรับในต่างประเทศยังมีการควบคุมการพนันออนไลน์ที่ชัดเจนโดยมีความร่วมมือกับหลายฝ่าย อาทิ การร่วมมือกับธนาคาร ธุรกิจบริการการเงิน ออกมาตรการควบคุมการใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต อีมันนี่ บัตรเติมเงินโทรศัพท์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการใช้เล่นพนันออนไลน์ พร้อมทั้งเฝ้าระวังและตรวจสอบธุรกรรมการเงินที่น่าสงสัย นอกจากนี้แล้วยังจัดตั้งกองทุนเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการพนันออนไลน์ และเผยแพร่โทษภัย ผลกระทบด้านลบ ตัวเลขสถิติ ปัญหาจากพนันออนไลน์ รวมถึงฐานความผิดและบทลงโทษ จากการเล่นพนันและเปิดเว็บไซต์พนันผิดกฎหมาย และความมีกิจกรรมสร้างความตระหนักในการดูแลเยาวชนไม่ให้เข้าถึงการพนันออนไลน์ นอกจากนี้ควรมีการควบคุมการออกใบอนุญาตสำหรับกิจการการพนันที่ถูกกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และจะต้องมีแผนธุรกิจที่แสดงให้เห็นว่ามีการป้องกันเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นธุรกิจการพนันที่รับผิดชอบต่อสังคม ที่สำคัญจะต้องมีมาตรการสุ่มตรวจมาตรฐานความปลอดภัยการปฏิบัติตามเงื่อนไข การถอดถอนใบอนุญาต รวมถึงมีระบบตรวจสอบผู้เล่น และอนุญาตให้หน่วยงานที่ดูแลสามารถเข้าดูฐานอายุผู้เล่นได้ตลอดเวลา และต้องมีการหน่วงสัญญาณการใช้งาน และการเพิ่มอัตราค่าบริการรับส่งการพนัน รวมถึงควบคุมระบบสินเชื่อการเล่นพนัน จำกัดวงเงินการเล่นพนัน และเผยแพร่บัญชีรายชื่อผู้เล่นพนันกลุ่มเสี่ยงและจัดเก็บภาษีเพื่อจัดตั้งกองทุนป้องกันการเล่นพนันเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ในเวทีระดมความเห็นยังมีข้อเสนอสำหรับการป้องกันการพนันออนไลน์สำหรับเด็กและเยาวชน โดยเสนอให้มีการพัฒนาและแนวทางปฏิบัติการใช้มือถือสำหรับเด็กและเยาวชน รวมถึงให้มีการจัดเรตติ้งเนื้อหาและเว็บไซต์ และติดตั้งระบบกรองเนื้อหาเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนเข้าสู่เนื้อหาที่ผิดกฎหมายทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงให้มีการลงทะเบียนการเปิดใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้อินเตอร์เน็ตและเกมส์ออนไลน์เพื่อควบคุมและป้องกันเด็กและเยาวชนสู่วงจรการพนัน พร้อมทั้งออกกฎระเบียบร่วมกับสถาบันการเงิน และผู้ประกอบการบัตรเงินสด อิเล็กทรอนิกส์ ในการห้ามการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ในการพนันออนไลน์ และกำหนดให้การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีการลงทะเบียน เพื่อกำหนดอายุของผู้ใช้ได้ อีกทั้งควรมีการปรับปรุงออกระเบียบนโยบายเรื่องการพนันให้ชัดเจน รวมทั้งควรมีการวางมาตรการดูแลการพนันออนไลน์ร่วมกันระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศอื่น ๆ