พ่อกอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ผูกคอตายในคอนโด – กอล์ฟมารับศพพ่อด้วยตัวเอง

นายนพดล ศรีหมอก พ่อกอล์ฟ ฟักกลิ้ งฮีโร่ แร็ปเปอร์ชื่อดัง ผูกคอตายในคอนโดย่านหัวหมาก เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ รวมถึงไม่ทิ้งจดหมายลาตาย

วันที่ 4 มีนาคม 2560 ร.ต.ท. อรรถวิทย์ เพชรดี รองสารวัตร (สอบสวน) สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุชายผูกคอตายภายในห้องเลขที่ 1/37 คอนโดหัวหมาก ซ.รามคำแหง 63 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

สำรวจที่เกิดเหตุ ภายในห้องพบศพนายนพดล ศรีหมอก อายุ 68 ปี ชาว จ.เชียงราย ใช้เชือกไนลอนแขวนคอนั่งเสียชีวิตโดยไม่สวมเสื้ออยู่บริเวณริมระเบียง จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้และไม่มีจดหมายลาตายทิ้งไว้แต่อย่างใด

จากการสอบสวน นายอดุลย์ สุระคำแหง อายุ 35 ปี ให้การว่าผู้ตายเป็นบิดาของ นายณัฐวุฒิ ศรีหมอก หรือ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ แร็ปเปอร์ชื่อดัง โดยเมื่อคืน (3 มีนาคม 2560) ตนได้นั่งคุยกันกับผู้ตาย ยังนัดกันดูทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะแข่งในวันนี้ กระทั่งตอนเช้ามีเพื่อนห้องใกล้ ๆ คอนโดมาบอกว่า นายนพดล ผูกคอตายแล้ว ตนจึงรีบวิ่งมาดู ก่อนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตามผู้ตายเป็นคนชอบดื่มเหล้าเป็นประจำทุกวันจนลูกชายห้ามให้หยุดดื่ม และชอบบ่นน้อยใจลูกชายทุกครั้งเวลาเมา ก่อนจะผูกคอตายดังกล่าว

นอกจากนี้ พยานยังเผยว่า ตอนเช้ายังเห็นนายนพดลปั่นจักรยานอยู่ และช่วงสายก็เห็นนายนพดล นั่งแน่นิ่งตรงระเบียง ส่วนสาเหตุการตายนั้น กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ที่เดินทางมารับศพคุณพ่อด้วยตัวเอง ยอมรับว่าตนไม่ติดใจแต่อย่างใด ด้านเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายมีปัญหาระหองระแหงกับลูกชาย และมีความเครียด จึงก่อเหตุดังกล่าว

พระวัดธรรมกาย ลั่น “ยอมตายแต่ไม่ยอมย้าย” วอนอย่ากดดันให้ออกจากพื้นที่ !!

พระวัดพระธรรมกาย ยังคงปักหลักสวดมนต์ประท้วงที่ตลาดกลางคลองหลวง ลั่น ยอมตายแต่ไม่ยอมย้าย วอนเจ้าหน้าที่อย่ากดดัน ขอให้เห็นแก่มนุษยธรรมด้วย

วันที่ 3 มีนาคม 2560 พระเสกสรรค์ อัตตทโม ประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม จ.ชัยนาท ตัวแทนพระเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ในฐานะตัวแทนพระสงฆ์ที่ชุมนุมอยู่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ประกอบการเต็นท์ให้เช่าจะขอเรียกคืนเต็นท์กว่า 20 หลัง เนื่องจากหมดสัญญาเช่านั้น โดยเบื้องต้นศิษย์ยานุศิษย์ที่สวดมนต์อยู่บริเวณดังกล่าว ได้หารือการแล้วว่าจะขอซื้อเต็นท์ทั้งหมดเพื่อให้ลูกศิษย์ได้ปฏิบัติธรรมต่อ แต่ทางผู้ประกอบการไม่กล้าขาย เพราะกลัวความผิด จึงได้ให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.คลองหลวง เพื่อความสบายใจของผู้ประกอบการ
พร้อมกันนี้ พระเสกสรรค์ ยังได้ขอร้องเจ้าหน้าที่ อย่าได้สร้างสถานการณ์หรือกดดันศิษย์ให้ออกจากพื้นที่ รวมทั้งอย่ากดดันผู้ประกอบการต่าง ๆ เช่น การจะให้รถสุขาออกไปจากพื้นที่ และห้ามไม่ให้เช่ารถสุขา ซึ่งมองว่าเป็นปัจจัยพื้นฐาน ขอให้เห็นแก่มนุษยธรรมด้วย
ทั้งนี้ พระเสกสรรค์ ยืนยันว่า พระสงฆ์และศิษย์วัดพระธรรมกาย จะปักหลักสวดมนต์อยู่ที่ตลาดกลางคลองหลวงไม่ไปไหน “ยอมตาย แต่ไม่ยอมย้าย” และหากจะต้องย้ายออกไปนอกพื้นที่ จุดนั้นต้องเป็นภายในวัดพระธรรมกายเท่านั้น

ฉัตรชัย มงคลทอง นักร้องขวัญใจชาวใต้ หัวใจวายกลางเวทีคอนเสิร์ตก่อนเสียชีวิต

ฉัตรชัย มงคลทอง นักร้องขวัญใจชาวใต้ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 52 ปี ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หลังมีอาการช็อกคาเวทีระหว่างทำการแสดงที่ จ.พัทลุง

วันที่ 1 มีนาคม 2560 เกิดเหตุเศร้าคาเวทีคอนเสิร์ตหลัง ฉัตรชัย มงคลทอง หรือ นายสงวนศักดิ์ หนูรอด อายุ 52 ปี นักร้องชื่อดังของปักษ์ใต้ เกิดอาการช็อกคาเวที จนต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
สอบสวนเบื้องต้นพบว่า ฉัตรชัย ได้เปิดคอนเสิร์ตร้องเพลงและเล่นหนังตะลุง ที่บ้านห้วยเรือ ต.หารเทา อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 พร้อมกับเพื่อนศิลปินปักษ์ใต้อีกหลายคน แต่ในระหว่างที่ ฉัตรชัย กำลังแสดงหนังตะลุงท่ามกลางคนดูหลายพันคน เจ้าตัวมีอาการวูบและล้มแน่นิ่งไปกลางเวที ท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ และแม้จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลป่าบอน แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้

สำหรับประวัติของ ฉัตรชัย มงคลทอง เข้าสู่วงการนักร้องตั้งแต่วัย 14-15 ปี โดยได้รับการปลุกปั้นจาก ฉัตรทอง มงคลทอง จนให้ใช้นามสกุลในวงการ จากนั้น ฉัตรชัย ก็กลายเป็นที่โด่งดังสำหรับแฟนเพลงชาวใต้ ซึ่งเพลงที่โด่งดัง ได้แก่ สัมภาษณ์สาวไพ, ให้พี่หลวงก่อน, บวชให้แม่ และเจ้าสาวใต้ต้นขาม เป็นต้น โดย ฉัตรชัย นั้นเป็นนักร้องที่ได้รับการยอมรับและไปเล่นคอนเสิร์ตมาแล้วทุกจังหวัดในภาคใต้ ก่อนจะมาเสียชีวิตแบบกะทันหันดังกล่าว

เปิดใช้สะพานไทย-เบลเยี่ยม เฉพาะฝั่งขาเข้า วิ่งสวนอย่างละเลน

เปิดใช้งานสะพานไทย-เบลเยี่ยมแล้ว หลังเกิดเหตุไฟไหม้ โดยจะเปิดใช้งานขาเข้าฝั่งเดียว จัดให้รถวิ่งแบบรีเวิร์สซิเบิลเลน เช้าเปิดเฉพาะขาเข้า กลางวันให้วิ่งสวนอย่างละเลน เย็นให้ขึ้นเฉพาะขาออก

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา 14.30 น. พล.ต.ท. วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. แถลงข่าวเรื่องความคืบหน้าการจัดการจราจรหลังเกิดเหตุไฟไหม้สะพานไทย-เบลเยี่ยม จนทำให้ตัวสะพานเกิดความเสียหายจนต้องปิดใช้งานตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา
พล.ต.ท. วิทยา ระบุว่า ขณะนี้สามารถเปิดใช้ถนนบนสะพานได้ 1 ฝั่งทางด้านทิศใต้ ส่วนทางด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างปิดซ่อมแซม โดยจะใช้เวลาประมาณเกือบ 2 เดือน ส่วนแผนจราจรจะใช้วีธีขยายการรับรถจากพื้นราบเป็นหลัก และใช้ระบบเปิดช่องทางพิเศษเขาเข้า กรณีที่ช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วน จะให้ใช้สะพานเต็มรูปแบบ ในช่วงเย็นจะเปิดช่องทางพิเศษประมาณ 50 เมตร เพื่อจะมาขึ้นสะพานทางทิศใต้ย้อนกลับไปถนนพระรามสี่เช่นเดิม ซึ่งพื้นราบจะใช้ระบบไฟเหมือนเดิม ฉะนั้นจึงไม่ต้องไปกลับรถที่ สน.ลุมพินี

และขอประชาสัมพันธ์ให้รับทราบว่าในช่วงเย็นจะมีการเปิดช่องทางพิเศษรองรับปริมาณรถขาออกเป็นหลัก ส่วนตอนเช้าจะรับรถเต็มทั้งสองเลนบนสะพานไทย-เบลเยียม แต่เวลากลางวันก็จะให้ใช้ช่องละเลน แผนนี้เคยใช้มาเมื่อครั้งปิดสะพานไทย-เบลเยี่ยม ครั้งที่แล้ว โชคดีที่สะพานด้านทิศใต้ยังใช้งานได้อยู่
สำหรับประชาชนที่ใช้เส้นทางพระรามสี่ด้านคลองเตย สะพานเหลือง เนื่องจากถนนพระรามสี่ จะรับรถจุดขึ้น-ลงเป็นทางหลักและเข้าสู่ใจกลางเมือง บริเวณถนนสาทร และเข้ามาสู่ถนนราชปรารภ ถนนราชดำริ บริเวณนี้จะเป็นปัญหานิดหน่อย ถ้าช่วงเย็นถนนพระรามสี่ ขาออก ไปขึ้นทางด่วนที่บ่อนไก่ บริเวณทางขึ้นสั้นรองรับรถได้ไม่มาก ปริมาณรถก็จะเยอะออกมาท้ายแถวบริเวณถนนพระรามสี่ ถ้าไปทางบางนาก็จะเลี้ยวขวา รถเยอะเช่นกัน ทำให้ทั้งสองฝั่งคับคั่ง จะกระทบมายังสะพานไทย-เบลเยี่ยม โดยตรง ตอนเย็นจะเป็นปัญหามาก

ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า สำหรับเส้นทางเลี่ยงแนะนำให้ใช้ทางด่วนเพลินจิต สุขุมวิท เพชรบุรี ทดแทน กรณีที่ต้องการใช้ทางด่วน เพราะทางด่านพระรามสี่ พระรามสอง ค่อนข้างรถติดในช่วงเย็น ปกติถ้าเป็นชั่วโมงเร่งด่วนแยกต่อแยกก็จะมีปัญหาอยู่แล้ว ซึ่งต้องรีบแก้ไข ดังนั้นจึงได้สั่งการว่าต้องเร่งระบายรถก่อนเวลา 15.00 น. เพื่อไม่ให้มีรถสะสมในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน จะได้ไม่กระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ อีกอย่างต้องเข้าใจว่าปริมาณรถบนถนนในกรุงเทพมหานคร มีประมาณ 9.4 ล้านคัน สิ้นปี 2560 คาดว่าจะมีการจดทะเบียนกว่า 10 ล้านคัน แต่ผิวถนนสามารถรองรับได้เพียงแค่ 1.7 ล้านคัน ต้องรอระบบขนส่งมวลชนระบบรางช่วยแก้ปัญหา คาดว่าอีก 2 ปี ปัญหาต่าง ๆ จะคลี่คลายลง

ขณะที่ พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. กล่าวว่า จากการเปิดสะพานเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พบว่าปริมาณรถที่อยู่บริเวณแยกพระรามสี่ ขาออก และเขาเข้าเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ท้ายแถวอยู่แค่บนสะพานญี่ปุ่น ส่วนขาเข้าก็ไม่ค่อยติด ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่บ่าย 3 โมง อาจจะมีการชะลอตัวบ้าง เบื้องต้นได้จัดตำรวจจราจรไว้ทั้งหมด 20 นาย ไว้คอยอำนวยความสะดวกจนกว่าการจราจรจะคลี่คลาย โดยเมื่อช่วงเช้าตนได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. และวิศวกร ทราบว่ามีการซ่อมชั่วคราวไปก่อน มีเสาค้ำยัน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง แต่ห้ามรถหกล้อขึ้น และภายในคืนนี้จะติดตั้งแนวกั้นความสูง และติดป้ายประชาสัมพันธ์ ส่วนสะพานด้านที่เสียหายมาก กทม. ได้สั่งทีมโยธาฯ ซ่อมแบบฉุกเฉิน จะใช้เวลา 5-6 วัน ในฝั่งขาออกเปิดจราจรได้ 1 ช่องทาง ส่วนที่เหลือก็จะไม่เกิน 30 วัน ก็จะสามารถเปิดใช้ได้ การซ่อมในลักษณะนี้สามารถใช้ไปซ่อมไปได้ ซึ่งจะให้กระทบกับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด

ด้าน พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. กล่าวว่า สะพานไทย-เบลเยี่ยม วันหนึ่งมีปริมาณรถเกือบสองแสนคัน เก็บข้อมูลตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. และเก็บทุกแยก เนื่องจากเป็นนโยบาย รถที่ใช้เส้นทางบนสะพานมาใช้พื้นราบถ้ารถเต็มก็จะส่งผลมากพอสมควร แต่หลังจากที่มีการวางแผนก็จะช่วยบรรเทาได้ระดับหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันในจำนวนรถเกือบสองแสนคันนี้ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านแยกวิทยุอย่างเดียว ปริมาณรถก็อาจจะไม่ถึงสองแสนคันต่อวัน จะอยู่ระหว่างแสนคัน เพราะจะกระจายไปตามเส้นทางเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นถนนพระรามสาม ถนนราชนครินทร์ ถนนราชดำริ ถนนสุขุมวิท ถนนพระรามหนึ่ง เป็นต้น

พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงสาเหตุของเพลิงไหม้ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจที่เกิดเหตุและได้เก็บพยานหลักฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเพื่อชี้ว่าเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด จะเป็นการวางเพลิงหรือไม่ ทั้งหมดรอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการก่อน เบื้องต้นยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ส่วนกรณีที่ระบุว่าเกิดจากผู้ใช้รถใช้ถนนโยนก้นบุหรี่ลงไปทำให้เกิดเพลิงไหม้นั้น เรื่องนี้ก็อยู่ในสำนวนที่ต้องพิสูจน์ทราบ เนื่องจากสิ่งที่เกิดส่งผลกระทบในวงกว้างกับคนที่ใช้รถใช้ถนน หลังจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลายจุดทั้งของราชการ

พระวัดพระธรรมกาย ยุติอดอาหารประท้วงยกเลิก ม.44 หลังผ่านมา 7 วัน

พระสงฆ์ 5 รูป วัดพระธรรมกาย ยุติอดอาหารประท้วงยกเลิก ม.44 แล้ว หลังอดอาหาร 7 วัน ร่างกายอิดโรย เตรียมหาวิธีอารยะขัดขืนใหม่

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 พระเสกสรรค์ อัตตทโม ประธานศูนย์ส่งเสริมศีลธรรม จ.ชัยนาท ตัวแทนพระเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ได้เปิดเผยหลังจากที่เจรจากับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษว่า การเจรจาเป็นการสอบถามทุกข์สุขตามปกติ ไม่มีการเจรจาเรื่องตรวจสอบใบสุทธิสงฆ์แต่อย่างใด ซึ่งขอยืนยันว่า พระที่ปักหลักสวดมนต์ที่ตลาดกลางคลองหลวงมีใบสุทธิอย่างถูกต้อง และในเวลา 18.45 น. ลูกศิษย์ประมาณ 100 คน จะจุดเทียนสันติภาพเพื่ออธิษฐานจิต ขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกมาตรา 44

ขณะที่พระอิสรภาพ อาจารสัมปันโน เครือข่ายวัดพระธรรมกาย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ตอนนี้ได้ให้พระสงฆ์ 5 รูปยุติการอารยะขัดขืนด้วยการอดอาหารประท้วงแล้ว หลังจากอดอาหารนานกว่า 7 วัน พระมีอาการอิดโรยและเหนื่อยล้า ซึ่งหลังจากนี้จะหาวิธีการอารยะขัดขืนรูปแบบอื่น เพื่อเรียกร้องให้ คสช. ยกเลิกมาตรา 44

เขยโรงสีร้องกองปราบฯ เงินฝากของพ่อตากว่า 500 ล้าน หายเกลี้ยง

คุณลุงวัย 73 ปี เข้าร้องกองปราบฯ หลังเงิน 506 ล้านบาท ของพ่อตาที่ฝากไว้กับธนาคารดัง หายเกลี้ยง เผยขอหลักฐานชี้แจงกลับถูกบ่ายเบี่ยงและไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 นายภิญโญ ภิญโญชีพ อายุ 73 ปี พร้อมด้วย นางทิวา พิทท์ ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ต. วิทวัส สายอ๋อง สารวัตร (สอบสวน) กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวม 13 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ กรณีเงินสดจำนวน 506 ล้านบาท ของนายสง่า คุ้มบาง ซึ่งเป็นพ่อตาและเป็นเจ้าของโรงสีข้าวหายไป หลังฝากไว้กับธนาคาร

ทั้งนี้ นายภิญโญ กล่าวว่า ตนและนางนันทา คุ้มบาง ภรรยา ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายสง่า คุ้มบาง (พ่อตาที่เสียชีวิตไปแล้ว) เจ้าของโรงสีสง่าพาณิชย์ จ.ปทุมธานี รู้สึกคับข้องใจเนื่องจากเงินจำนวน 506 ล้านบาท ของพ่อตาที่เคยฝากไว้กับธนาคาร ทั้งบัญชีฝากประจำและบัญชีออมทรัพย์ รวม 4 บัญชี เพื่อใช้สำหรับค้ำประกันการทำธุรกรรมกับรัฐบาล นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ได้หายไปจนหมด โดยที่ผ่านมาได้มีการแจ้งขอคำชี้แจงและหลักฐานจากทางธนาคาร แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและไม่เคยได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน จะมีเพียงการทำหนังสือแจ้งมาว่านายสง่าเคยถอนเงินออกไปหมด และเคยนำโฉนดที่ดินมาแลกกับบัญชีธนาคารไปแล้ว แต่เมื่อตนดำเนินการตรวจสอบกลับไม่พบการทำธุรกรรมในโฉนดที่ดิน
ต่อมา ตนได้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบและเร่งรัด ทางธนาคารจึงทำหนังสือชี้แจงกลับมาอีกครั้งว่า นายสง่า ได้มีการทำธุรกรรมกับทางธนาคารจนเป็นหนี้ทำให้ทางธนาคารต้องยึดบัญชีไว้ และขั้นตอนกระบวนการได้สิ้นสุดลงในชั้นศาลแล้ว ซึ่งตนและครอบครัวมองว่าเป็นคนละประเด็นกับที่ได้ร้องขอความเป็นธรรมไป

อย่างไรก็ตาม หากตนได้รับหลักฐานที่ชัดเจนและตรงตามที่ตนและครอบครัวมีอยู่ คงไม่ดำเนินการขนาดนี้ แต่เป็นเพราะทางธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเองใช้วิธีทำหนังสือชี้แจงมา และเมื่อพิจารณาแล้วมองว่าการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ จึงดำเนินการเข้าแจ้งความดังกล่าว

ชื่นใจ’น้องนาเซีย’7ขวบตามช่วย’แม่’ เก็บขยะกวาดถนน

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ@ชวนกันสร้างภาพ ได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของ กทม.ซึ่งเป็นผู้หญิง กำลังทำงานอยู่ โดยที่มีสาวน้อยวัยน่ารักช่วยทำงานด้วย พร้อมระบุข้อความว่า

“#ชื่นชมเด็กดีเด็กขยัน.!! วันนี้ผมขับผ่านถนนศรีนครินทร์ ลงมาจากสะพานศรีเอี่ยม ที่ริมฟุตปาธ มองไปเห็น จนท.ฝ่ายรักษาของ กทม.กำลังทำหน้าที่กวาดถนนอยู่ ใกล้ๆกัน ผมเห็นมีเด็กผู้หญิงตัวน้อยแต่งตัวทะมัดทะแมง ทราบชื่อต่อมาคือ  น้องนาเซีย อายุ7 ปี เธอจะเดินถือกระสอบช่วยคุณแม่เก็บขยะริมฟุตปาธ และทราบจากคุณแม่ของน้องว่า ทุกวันหยุดที่น้องไม่ได้ไปโรงเรียน น้องก็จะตามคุณแม่ออกมาช่วยเก็บขยะที่ริมถนนแบบนี้อยู่เป็นประจำ..บนรถของผมมีสิ่งเล็กๆเป็นขนมและน้ำดื่มติดมาด้วย ผมจึงเดินเอาไปมอบให้ทั้ง 2 และขอชื่นชมน้องนาเซียขอให้น้องจงเป็นเด็กดีของบ้าน ของสังคมและขอให้น้องเรียนเก่งๆโตขึ้นไปเป็นกำลังที่ดีของแผ่นดินด้วยครับ…”

โดยโพสต์ดังกล่าวสร้างความชื่นชมให้กับบรรดาชาวเน็ตอย่างมาก เนื่องจากในระยะหลังมักมีแต่เรื่องไม่ดี เรื่องดราม่าที่อ่านแล้วทำให้หัวใจหดหู่ แต่เรื่องดังกล่าวทำให้หัวใจแช่มชื่นขึ้นมาได้

เป็นงง พบพระกางเต็นท์นอนริมถนน ซดเครื่องดื่มชูกำลัง-ดูหนังโป๊

เป็นงง พบพระกางเต็นท์นอนริมถนน ซดเครื่องดื่มชูกำลัง แถมมีหนังโป๊ไว้เปิดดู จับสึกโดยทันที

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2560) ประชาชนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ และ พระครูวินัยศุภชัย ธมวโณ พระวิญญาธิการ(พระตำรวจ) วัดราษฎร์เจริญศรัทธาธรรม ขอให้ตรวจสอบ ภายหลังพบมีพระภิกษุมากางเต็นท์นอนอยู่ข้างถนน ข้างศาลารอรถโดยสารประจำทาง ม.10 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นเวลาร่วมสัปดาห์ ทำใหสงสัยว่าเป็นพระปลอมหรือไม่
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบภายในเต็นท์ดังกล่าว มีภิกษุนอนอยู่ 1 รูป ทราบชื่อตามบัตรประชาชนคือ พระแหลมทอง หาดงาช้าง อายุ 63 ปี แต่ไม่พบใบสุทธิของพระ ตัวพระแหลมทองอยู่ในอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง นอกจากนั้นยังตรวจสอบพบเครื่องดื่มชูกำลังตราพญานาค จำนวน 3 ขวด ในย่ามยังพบแผ่นซีดีหนังโป๊นับสิบแผ่น พร้อมด้วยเครื่องเปิดซีดี
จากการสอบถามวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ใกล้เคียง ทราบว่า พระรูปดังกล่าวมากางเต็นท์นอนอยู่ที่นี่อาทิตย์กว่าแล้ว โดยเช้าก็ออกบิณฑบาตตามบ้านเรือนประชาชนในละแวก ตนนึกว่าแค่ธุดงค์ผ่านมาเท่านั้น แต่แปลกที่อยู่นานเกินไป ส่วนทางด้านพระแหลมทอง บอกว่าตนบวชที่ วัดคอออม จังหวัดชุมพร โดยก่อนที่จะออกจากวัดมาตั้งใจจะมาหาญาติที่ปราจีนบุรี แต่จากการโทรสอบถามไปที่ต้นสังกัด บอกว่าท่านได้หนีออกมา
ทั้งนี้ทางด้านพระวิญญาธิการเห็นว่าการกระทำเช่นนี้เข้าข่ายทางผิดทางโลกคือ โลกวัชชะ ประชาชนติเตียน ส่วนในทางสงฆ์นั้นแค่ปาจิตี ซึ่งได้ประสานไปทางต้นสังกัดแล้วขอให้ทำการสึกพระแหลมทองให้พ้นทางความเป็นพระ โดยได้นำตัวไปให้พระครูบุญเขตตาภรณ์ เจ้าคณะตำบลกรอกสมบูรณ์ทำการสึก เพื่อไม่ให้เสื่อมเสียในด้านพระพุทธศาสนา ก่อนที่จะมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการต่อไป

ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา ยันพัทยาไม่ใช่เมืองหลวงแห่งเซ็กส์ เน้นขายธรรมชาติ

ผกก.สภ.เมืองพัทยา ยืนยัน พัทยาไม่ใช่เมืองเซ็กส์ระดับโลกตามที่สื่ออังกฤษอ้าง ระบุพบว่ามีนักธุรกิจอังกฤษเสียผลประโยชน์ ลั่น ห้ามเสนอข่าวแบบผิด ๆ

จากกรณีเว็บไซต์ต่างประเทศ ของประเทศอังกฤษ ได้รายงานบทความเจาะลึกระบุว่า เมืองพัทยา เป็นเมืองหลวงแห่งเซ็กส์ พร้อมกับชี้ว่าคนที่อาศัยอยู่ในเมืองพัทยา 1 ใน 5 คน ค้าบริการทางเพศนั้น

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 พ.ต.อ. อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ข้อมูลที่นำเสนอนั้นเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อน เนื่องจากว่าเมืองพัทยาเป็นเมืองที่ขายธรรมชาติ ไม่ได้ขายเซ็กส์ตามที่ข่าวรายงาน เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ประเพณีไทยมากกว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวมีจำนวนมากและเดินทางมาจากทั่วโลก อาจจะมีคนนี้ชอบลักษณะนี้ คนโน้นชอบลักษณะนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีโสเภณีอยู่เกลื่อนกลาด ซึ่งทาง สภ.เมืองพัทยา ก็ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลด้วยการกวดขันจับกุมพวกเตร็ดเตร่ตามชายหาดมาโดยตลอด พร้อมกับทำการตรวจสอบสถานบริการไม่ให้มีการค้ามนุษย์ และไม่ให้มีการลักลอบค้าประเวณี ที่ผ่านมาก็ได้มีการจับกุมบ้างแต่ก็ไม่มาก

นอกจากนี้แนวทางการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มนักธุรกิจอังกฤษที่เข้ามาเปิดสถานบริการเสียผลประโยชน์บางอย่าง จึงให้ข่าวที่ผิด ๆ โดยการกล่าวหาว่าเมืองพัทยามีแต่โสเภณี เรื่องนี้จึงขอยืนยันอีกครั้งว่า เมืองพัทยาไม่ใช่เมืองเซ็กส์ระดับโลกแน่นอน

ปล่อยตัว 11 ผู้ชุมนุมค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน หลังกักตัวที่ มทบ.11 นาน 8 ชม.

เจ้าหน้าที่ปล่อยตัว 11 ผู้ชุมนุมค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หลังควบคุมตัวสอบสวนนาน 8 ชั่วโมง ส่วน 5 แกนนำ ยังไม่ชัดเจนว่าถูกปล่อยตัวมาแล้วหรือไม่

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้มีการเชิญตัวแกนนำ 11 คน จากเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน หลังมีการมาปักหลักชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินใน จ.กระบี่ ตามที่รายงานไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด (19 กมุภาพันธ์ 2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการปล่อยตัวผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้ว จำนวน 11 คน ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา หลังควบคุมตัวนานกว่า 8 ชั่วโมง เพื่อปล่อยกลับภูมิลำเนาของตนเอง แต่มีบางส่วนยังปักหลักอยู่ที่ชุมนุมตามเดิม จนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อเรียกร้องให้ทางรัฐบาลทบทวนมติคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ กรณีอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวมถึงให้ยกเลิกการใช้พลังงานถ่านหินในไทยทุกกรณี ส่วนแกนนำอีก 5 คน ที่มีการควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าได้รับการปล่อยตัวด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การควบคุมตัวแกนนำนั้น ถือเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่เองมีการพูดคุยเจรจาให้ยุติหรือไปชุมนุมในพื้นที่ที่อนุญาตตามกฎหมาย แต่กลับไม่เป็นผล กลับมีการใช้กำลังต่อเจ้าหน้าที่ อันเป็นการชุมนุมที่ขัดต่อ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558
ด้าน พันเอก วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่เชิญตัวแกนนำไปที่ค่ายทหารก็เพื่อต้องการพูดคุย ทำความเข้าใจในการหาทางออกร่วมกัน และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด แม้จะทำผิดเงื่อนไขและผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ก็ตาม ส่วนเหตุที่ใช้ มทบ.11 เป็นที่พูดคุย เพราะเป็นจุดที่ใกล้กับที่ชุมนุมที่สุดและสะดวกในเวลานั้น

โดย พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า การคุมตัวแกนนำเนื่องจากมีการนำคนเข้าพื้นที่ต้องห้าม แต่เป็นการพูดคุยด้วยเหตุผล ไม่ใช่เพื่อการกักตัว เจ้าหน้าที่ทหารไม่เข้าข้างฝ่ายไหน