ผลพวง “บ่อน-คาสิโน” ลามแทง “กีฬา” ถูกกฎหมาย

ASTV ผู้จัดการรายวัน – กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เสนอให้รัฐบาลเปิดบ่อนคาสิโนเสรี ดังนั้นหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงมีโอกาสสูงที่จะเกี่ยวพันกับวงการกีฬาไทย ที่ปัจจุบันมีการแอบลักลอบเสี่ยงโชคอย่างผิดกฎหมายมากมาย โดยเฉพาะฟุตบอล ซึ่งคนลูกหนังหลายเสียง นำโดย เนวิน ชิดชอบ ประธาน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่างให้มุมมองด้านดีและออกโรงสนับสนุนในเรื่องนี้ เหนืออื่นใดต้องมีกฎควบคุมให้ชัดเจนอีกทั้งใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเกิดขึ้น

30

การพนันฟุตบอลในเมืองไทย ถือเป็นปัญหาที่เรื้อรังมายาวนาน และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้จะผิดกฎหมายก็ตาม พร้อมส่งให้เกิดปัญหาสังคมตามมามากมายทั้งการตามทวงหนี้ของเจ้ามือเถื่อน การแอบเล่นของเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือลุกลามไปถึงการปล้นชิงทรัพย์และค้ายาเสพติดเพื่อหาเงินชดใช้

ต่างจากหลายประเทศที่มีการเปิดบริษัทรับแทงอย่างถูกกฎหมาย มีการออกอัตราต่อรองครบถ้วน ประชาชนสามารถกำเงินไปเสี่ยงโชคได้ตามร้านข้างทาง ในสนามฟุตบอล หรือรูปแบบออนไลน์ เช่น วิลเลียม ฮิลล์, แล็ดโบรกส์ หรือ สกาย เบต โดยรายหลังสุดยังเป็นสปอนเซอร์หลักของลีกรองเมืองผู้ดีอีกด้วย ซึ่งเมื่อมีกระแสข่าวให้เปิดบ่อนคาสิโนเสรี จึงมีคนในวงการลูกหนังไทย มองเห็นข้อดีของการนำพนันฟุตบอลไปอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างถูกต้องด้วยเช่นกัน

โดยเรื่องนี้ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงโตโยต้า ไทย พรีเมียร์ ลีก ได้กล่าวสนับสนุนเต็มที่ “เรื่องการพนันฟุตบอลมีมาทั่วโลกอยู่แล้ว ลีกชั้นนำอย่าง อังกฤษ อิตาลี หรือ สเปน มีมาเป็นร้อยปี ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ทุกวันนี้ขนาดผิดกฎหมายยังมีคนแอบเล่นมากมาย ดังนั้นควรมองว่าทำอย่างไรให้มีการจัดระเบียบและให้ประเทศมีรายได้จากเรื่องนี้ เมื่อมีการจัดการที่ถูกกฎหมายรัฐบาลก็จะมีรายได้จากภาษีมาพัฒนากีฬาและเยาวชน ให้ดูตัวอย่างประเทศที่เจริญแล้วว่าทำไมเขาจึงเปิดแบบเสรีได้ ประชาชนสามารถเดินไปเลือกแทงได้ตามสถานที่ๆจัดไว้อย่างถูกกฎหมาย”

พร้อมกันนี้นายใหญ่ “ปราสาทสายฟ้า” เชื่อว่าแม้จะมีการเปิดพนันฟุตบอลแบบเสรีก็จะไม่ส่งผลต่อการล็อคผลหรือล้มบอล “เรื่องการพนันฟุตบอลกับเรื่องล็อคผลล้มมันคนละเรื่องกัน มันไม่เกี่ยวกับการแข่งขัน สโมสรต้องควบคุมนักบอลของตัวเอง ไม่เช่นนั้นทำไมลีกทั่วโลกจึงมีการพนันถูกกฎหมายแต่ไม่มีปัญหา”

ด้าน อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี เชื่อว่าหากมีการจัดการอย่างเป็นรูปธรรมจะเกิดผลดี “ถ้าพูดลอยๆว่าจะเปิดบ่อนหรือรับแทงพนันฟุตบอลในตอนนี้ผมยังไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามีการจัดระเบียบและวิธีการป้องกันให้เห็นชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมผมก็คิดว่าน่าจะเป็นผลดี เช่น กำหนดวุฒิภาวะ จะจำกัดสิทธิ์ผู้ที่จะมาเล่น หรือตรวจสอบดูบัญชี อย่างไรก็ว่าไป เพราะทุกวันนี้นักเล่นพนันมากมายก็นิยมเดินทางไปเล่นตามตะเข็บชายแดนอยู่แล้ว เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสันดานของแต่ละคนมากกว่า เพราะคนไทยยังเล่นแบบเอาจริงเอาจัง ต่างจากฝรั่งที่เล่นเพื่อเสี่ยงโชคเล็กน้อยเท่านั้น”

“ที่สำคัญการเปิดรับแทงฟุตบอลอย่างถูกกฎหมายยังมีข้อดีคือการจะเล่นแต่ละครั้งต้องใช้เงินสด ต้องมีเงินสดไปแทงก่อนจึงจะเล่นได้ ไม่เหมือนกับการเล่นแบบผิดกฎหมายทุกวันนี้ที่ยังสามารถเล่นแบบปากเปล่าได้ก่อน และเมื่อเสียก็จะเป็นปัญหาตามมา” บิ๊กฉลามชลทิ้งท้าย

ขณะที่ ดร.องอาจ ก่อสินค้า ประธานบริษัท ไทย พรีเมียร์ ลีก จำกัด มองว่าหากมีการเปิดพนันฟุตบอลอย่างถูกกฎหมายนั้นมีผลดี แต่ยังต้องใช้เวลา “ผมมองว่าเรื่องนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ จะมีการจัดระเบียบให้ถูกต้อง เพราะทุกวันนี้ก็เล่นกันอยู่แล้วทั้งโต๊ะในประเทศและต่างประเทศซึ่งเป็นแบบพนันออนไลน์ ส่วนข้อเสียคือมีคนเล่นพนันเยอะอยู่แล้ว หากเปิดอย่างถูกกฎหมายก็จะยิ่งมีมากขึ้นไปอีก ซึ่งบ้านเรายังมองเรื่องนี้ว่าเป็นการมอมเมาอยู่”

“ที่สำคัญเรายังมีช่องว่างทางกฎหมายอยู่เยอะ เรื่องกฎหมายบ้านเรายังไม่เด็ดขาดเท่าต่างประเทศ และหากมีการพนันฟุตบอลเกิดขึ้น อาจจะทำให้การควบคุมเรื่องการล็อคผลหรือล้มบอลลำบากมากขึ้นทั้งตัวนักกีฬาและผู้ตัดสินท เนื่องจากมีการเปิดกว้างเรื่องการรับแทง ดังนั้นเรื่องนี้หากจะเกิดขึ้นจริงควรต้องใช้เวลาพอสมควร ยังไม่ใช่ในตอนนี้” บิ๊กเปี๊ยกให้ความเห็น

ฟัง หม่อมอุ๋ย พูดตรงๆเรื่องบ่อนคาสิโนในไทย!!

หม่อมอุ๋ย เปิดใจ เปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทย ได้ไม่คุ้มเสีย ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอีกเพียบ

29

ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กรณีข้อเสนอเปิดบ่อนคาสิโนในประเทศไทยว่า เวลาดูเรื่องคาสิโน ถ้าคิดเป็นสูตรเศรษฐกิจก็เชียร์ทุกคน แต่เวลาตนดูเรื่องคาสิโนตนจะไม่คิดอย่างนักเศรษฐศาสตร์ แต่จะดูในแง่ของสังคม มีคาสิโนที่ไหนในโลกที่ขาดทุนหรือไม่ มีแต่กำไรและกำไรเยอะด้วย
“กำไรของคาสิโนคือการขาดทุนของผู้เล่นใช่ไหม ผู้เล่นที่รวยก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา แต่ผู้เล่นที่จนเวลาไปเล่นแล้วมันกลายเป็นอะไร มันกลายเป็นหนี้ใช่ไหม ฉะนั้นมันชัดเจนว่า ถ้ามีคาสิโนก็จะมีคนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น คนบางคนรวยแล้วก็เป็นหนี้ถึงหมดตัว ลูกเมียก็ลำบาก เป็นปัญหาสังคม คนเป็นหนี้ถ้าเป็นโจรยิ่งน่าสงสารใหญ่”

“ผมคิดของผมแค่นี้ ไม่ได้คิดแบบนักเศรษฐศาสตร์ ผมคิดถึงว่าถ้ามีคนสนุกสัก 80 คน สนุกแล้วขาดทุนบ้างกำไรบ้าง แต่อีกคนที่ขาดทุนแล้วเสียหาย ลูกเมียลำบาก ชีวิตลำบากเป็นหนี้เป็นสิน มันไม่คุ้มหรอก เหมือนจะได้ผลทางเศรษฐกิจแต่คนเป็นหนี้ ดังนั้นเวลาผมคิด ผมคิดอย่างนี้ ผมไม่ได้คิดสูตรเศรษฐกิจ คิดแบบสูตรเศรษฐกิจที่ไหนมันก็เป็นสูตรเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้คิดว่าใครได้ใครเสียในเศรษฐกิจ”

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวอีกว่า ถ้ามีคาสิโนปัญหาสังคมจะตามมาอีกเยอะ คนสนุก 80 คน บ่อนกำไร เศรษฐกิจดูเฟื่องฟู แต่บนความทุกข์ของคนอีก 20 คนที่ตกงาน ลูกเมียถูกฟ้องเป็นหนี้ ถามว่ามันคุ้มไหมฝากถามไปที่นักเศรษฐศาสตร์ด้วย
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าจะนำรายได้จากคาสิโน 4-5 แสนล้านบาท มาชดเชยส่วนที่ขาดทุนของรัฐนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า คุณคิดอย่างผมสิ ถ้าเอาเงินจากคาสิโนมาได้ เงินคาสิโนนั้นมาจากใคร มาจากผู้เล่น แล้วผู้เล่นคนนั้นขาดทุน ตกงาน ลูกเมียเป็นหนี้ ถามว่ามันคุ้มไหม คุ้มไหมที่จะแก้ปัญหาประเทศชาติ โดยให้ประชาชนที่ยากจนเป็นหนี้และขาดทุน มันถึงเวลาที่พูดกันตรงๆแบบนี้ เราก็หวังว่าสื่อจะถ่ายทอดให้ครบนะ ถ้าเขียนให้ครบ บางคนจะได้เข้าใจเสียที

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากมีแต่คนรวยไปเล่นคาสิโน รองนายกฯ กล่าวว่า ป้องกันได้หรือเมืองไทยและ คนรวยไปเล่นอย่างเดียวหรือเปล่า แต่คนรวยบางคนก็จนได้ ในที่สุดก็จะเป็นหนี้หมด ประเทศจะเก็บภาษีมาแก้ปัญหาอะไรก็ตาม แต่ภาษีนั้นมาจากอะไร มาจากคนจนที่ในที่สุดก็สร้างปัญหาสังคมเป็นหนี้

ส่วนกรณีกลุ่มบริษัท มาริน่า เบย์ แซนด์ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนเจ้าของเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ และคาสิโน ที่ได้เข้าพบกับรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมานั้น
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ได้มาพบหลายเดือนมาแล้ว “เขามาของเขาเอง เขามาพบที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล แต่ตนไล่กลับไปแล้ว และบอกว่าถ้ายูจะมาโดยไม่ตั้งบ่อนไอจะเปิดให้ยู เขาบอกว่ามันต้องตั้งบ่อนด้วย เราก็เห็นลายแต่แรก ซึ่งตนบอกว่ายินดีต้อนรับถ้าไม่มีบ่อน เขาก็เลยกลับไป”

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ถามต่อว่า จะจัดการปัญหาบ่อนใต้ดินที่มีอยู่ทุกที่ได้อย่างไร ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า “ก็นั่นนะสิ ก็ควรต้องปราบปราม ทำไมไม่ปราบ”

ผู้สื่อข่าวกล่าวกระเซ้าเย้าแหย่กลับไปว่า พูดแบบนี้ดูหล่อขึ้นเยอะเลย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ตอบว่า ไม่ได้พูดเอาหล่อ แต่ตนค้านเรื่องนี้มา10-20ปีแล้ว เพราะถ้าเปิดบ่อนโสเภณีก็มีมากขึ้นด้วยก็จะแย่ลงไปหมด

ชัปปุยส์ ให้สัมภาษณ์ ESPN ช้างศึกต้องเต็มที่ทุกนัดและห้ามประมาท

ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อชื่อดังโดยชี้จะต้องเล่นอย่างเต็มทีทุกนัด และห้ามประมาทคู่หากหวังซิวแชมป์อีกสมัย

28

กองกลางรูปหล่อวัย 24 ปีเป็นหัวใจสำคัญให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง ESPN ว่าทัพช้างศึกต้องการคว้าแชมป์อาเซียนมาครองให้ได้ จะต้องไม่ประมาทคู่แข่งเป็นอันขาด

“เป้าหมายของเราคือการคว้าชัยชนะและคว้าแชมป์มาให้ได้ แต่เราต้องไม่ชะล่าใจและประมาทชาติอื่นเด็ดขาด”ชาริล ให้สัมภาษณ์

“เราต้องลงเล่นให้เต็มที่ในทุกๆ เกม พวกเราทุกคนมีความเข้าใจดีในแผนการเล่นของเรา หลังจากที่เราได้ลงฝึกซ้อมมาด้วยกันในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา” 

สำหรับ ทีมชาติไทย มีโปรแกรมประเดิมสนามพบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในรายการฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ 2016 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ เวลา 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

คูมันปฏิเสธข่าวเล็งคุมบาร์ซ่าในอนาคต

โรนัลด์ คูมัน กุนซือเอฟเวอร์ตัน ยันไม่มีความคิดเรื่องย้ายไปทำงานกับ บาร์เซโลน่า ในอนาคต ระบุทุกวันนี้มีสมาธิกับการคุม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ทำผลงานให้ดีที่สุด ระบุวงการฟุตบอลทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ฉะนั้นไม่ควรวางแผนชีวิตเร็วเกินไป

27

โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมชาวดัตช์ของ “;ทอฟฟี่สีน้ำเงิน”; เอฟเวอร์ตัน สโมสรชั้นนำแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปฏิเสธข่าวลือเรื่องเป้าหมายที่จะเข้ารับตำแหน่งเทรนเนอร์ “;เจ้าบุญทุ่ม”; บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนัง ลา ลีกา สเปน ในอนาคต

กุนซือวัย 53 ปี เคยเล่นให้กับ “;เจ้าบุญทุ่ม”; และนำความสำเร็จมาสู่ทีมมากมายโดยเฉพาะการได้แชมป์ลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุ 5 สมัย และ ยูโรเปี้ยน คัพ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปัจจุบัน) 1 สมัย ด้วยเหตุนี้เองทำให้ คูมัน มีข่าวลือว่าเตรียมย้ายไปทำงานในถิ่นคัมป์ นู

คูมัน แสดงความเห็นว่า “ไม่เลย ไม่มีทาง ผมไม่เคยคิดแบบนั้น ไม่มีเลย ครั้งหนึ่งตอนที่ผมทำงานให้ บาเลนเซีย พวกเขามักพูดกันตลอดเรื่อง คูมัน กับ บาร์เซโลน่า ทุกๆ คนรู้ว่าผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบาร์เซโลน่า ทุกๆ คนก็มักจะพูดว่า -สักวันหนึ่ง คูมัน จะเป็นโค้ชบาร์เซโลน่า-”

“ผมมีความรู้สึกแบบนั้นอยู่ในใจนิดหน่อยตอนที่ผมย้ายไปทำงานกับ บาเลนเซีย (เดือนพฤศจิกายน 2007) ซึ่งบางทีมันเป็นก้าวย่างที่ดีที่จะก้าวต่อไปทำงานกับบาร์เซโลน่า แต่ตอนนี้ผมมีประสบการณ์มากขึ้น คุณไม่ควรวางแผนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น คุณไม่ควรรีบวางแผนชีวิตเร็วเกินไป ในชีวิตคนทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ในวงการฟุตบอลก็เช่นกัน” คูมัน กล่าว

อุทยานสุสานหอย ประกาศห้ามจำหน่ายซากหอยมือเสือ-ปะการัง หากพบจับทันที

อุทยานสุสานหอย 75 ล้านปี หมู่เกาะพีพี แจ้งผู้ประกอบการร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ห้ามมีซากสัตว์ทะเลต้องห้าม เปลือกหอยมือเสือ-ปะการัง มาขายเด็ดขาด หากพบมีการจำหน่ายจะดำเนินการจับกุมทันที …

26

นายเปลี่ยนประสบ ขาวนวล หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานสุสานหอย 75 ล้านปี อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ประชุมชี้แจงขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก บริเวณสุสานหอย 75 ล้านปี ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ พร้อมทั้งแจกเอกสารประกาศของอุทยานฯ ห้ามมีซากสัตว์ทะเลต้องห้าม เช่น เปลือกหอยมือเสือ ปะการัง และกัลปังหา มาจำหน่ายอย่างเด็ดขาด หลังจากฤดูกาลท่องเที่ยวปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สนามบินกระบี่ ได้ตรวจยึดหอยมือเสือ ปะการัง จากนักท่องเที่ยว ก่อนนำขึ้นเครื่องบินได้เป็นจำนวนมาก
ด้าน นายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ขณะนี้ ทางอุทยานฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบเก็บซากสัตว์ทะเลหายากที่อยู่ในความคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 19 ฐานครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต หากพบมีการจำหน่าย จะดำเนินการจับกุมอย่างเด็ดขาด มีโทษปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขณะที่ นายพิชัย ขนานใต้ ประธานชมรมร้านค้าที่ระลึกสุสานหอย 75 ล้านปี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยมีร้านค้าถูกเจ้าหน้าที่จับกุม เนื่องจากมีสินค้าซากหอยมือเสือ กัลปังหา และปะการังมาแล้ว ทางชมรมจึงได้แจ้งเตือนห้ามมีการจำหน่าย เพราะไม่เป็นผลดี รวมทั้งร้านเองก็จะได้ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่หายาก ไม่ให้มีการลักลอบจับมาขายให้กับทางร้าน และพร้อมให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

มีชัย เมินคนด่าโทษประหารแรง ซื้อขายตำแหน่ง แขวะหรือให้ปรับแค่ 5-10 บ.

“มีชัย” เมินโต้ “สมชัย” ชี้เรื่องบ้านเมืองจะใช้อารมณ์ไม่ได้ แจงเพิ่ม 2 กกต.ด้านก.ม.ช่วยจับทุจริตเลือกตั้ง ไม่สนคนด่าโทษประหารแรงไป ย้อนถามหรือซื้อขายตำแหน่งจะปรับแค่ 5-10 บาท…

25

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ออกมาตอบโต้บนเวทีสัมมนา การรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ว่า เราไม่ตอบโต้ เรื่องของบ้านเมืองไปใช้อารมณ์ไม่ได้ เวลาคิดต้องคิดเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อย่าไปคิด แต่เฉพาะส่วนที่กระทบตัวเอง และยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร การไปใช้อารมณ์มันก็ไม่เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่

เมื่อถามว่า การที่ กกต.บางคนออกมากล่าวว่า กรธ.มีการหมกเม็ด ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัยกล่าวว่า ไม่ขอตอบ และเราจะก็ไม่รู้ว่าจะไปหมกได้อย่างไร เพราะเวลาที่เราจะทำอะไรเราก็เปิดเผยหมด อะไรที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เราก็ยังไม่นำมาเผยแพร่ เพราะหากนำมาเผยแพร่ แล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลงก็จะบอกว่า กรธ.กลับไปกลับมา ทุกอย่างต้องให้ชัดเจนก่อน หลักแบบนี้ใช้มาตลอดเพื่อป้องกันความสับสน

เมื่อถามว่า การที่ให้ กกต.มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 5 คน เป็น 7 คน โดย 2 คนที่เพิ่มมาดูเหมือนจะเพิ่มสัดส่วนในด้านกฎหมาย เหตุผลเพราะอะไร นายมีชัย กล่าวว่า คราวนี้เราจะให้บทบาท กกต.ในการตรวจจับการทุจริตการเลือกตั้ง การใช้เงินเข้ามามีส่วน ซึ่งจะเป็นเรื่องทางคดีอาญา เป็นเรื่องการดำเนินคดีในอนาคต จึงต้องเพิ่มคนที่มีความรู้ทางกฎหมาย โดยเฉพาะมีประสบการณ์ด้านตุลาการมาแล้วมาช่วยเป็นหลัก จะได้ไม่ต้องกังวลกับข้อกฎหมาย ส่วนอีก 5 จะมาจากหลากหลายเพื่อจะคละเคล้ากัน พยายามผสมผสานเพื่อให้เขาสามารถทำหน้าที่ได้ กรธ.จะให้ทั้งมีดและเครื่องมือต่างๆ ลงไปมากเพราะเราเห็นว่า 5 คนอาจจะไม่เพียงพอ ที่เพิ่ม 2 คน เจาะจงจะให้เป็นนักกฎหมาย

เมื่อถามว่าทาง สนช.มีความเห็นหลายเรื่องที่สวนทางกับ กรธ. นายมีชัย กล่าวว่า ต้องมาหารือกันดูว่าเหตุผลเป็นอย่างไร ส่วนความเห็นกรณี โทษการประหารชีวิต จากการซื้อขายตำแหน่งทางการเมือง ที่ถูกวิจารณ์ว่าแรงเกินไป และไม่เป็นไปตามหลักสากล นายมีชัย กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ถ้าสนช.คิดว่าโทษประหารมันแรงจะเอาแค่ปรับ 5 บาท 10 บาท ก็แล้วแต่คุณจะมอง ถ้ามองว่าเป็นโทษนิดหน่อยๆ กับการเอาตำแหน่งรัฐมนตรีไปขาย 2-3 คน กรธ.ไม่ว่าอะไร สังคมรับได้ก็ได้ คิดว่าไม่เป็นไร กรธ.คิดว่าเรื่องนี้แรง และในอนาคตคงจะไปเพิ่มข้อความว่า อาจจะมีโทษจำคุกตลอดชีวิต เพื่อให้เป็นตัวเลือกอื่นนอกจากการประหารชีวิต

เมื่อถามว่าการที่จะพิจารณาโทษ ที่อาจจะลดจากประหารชีวิตมาเป็นจำคุกตลอดชีวิต คนที่จะเลือก คือใคร นายมีชัยกล่าวว่า ศาลจะเป็นผู้เลือก ดูความหนักเบา และโทษส่วนใหญ่ จะมีทางเลือกเสมอ โดยเราจะเขียนไว้ในกฎหมายลูก.

ลอบบึมเสาไฟ ใช้วิทยุจุดชนวน ทหารนราฯเจ็บ 1-ยะลาเข้มความปลอดภัย

ป่วนต่อเนื่อง! หลังซุ่มยิง รอง สวป.สภ.ลำใหม่ ล่าสุด ลอบวางระเบิดโคนต้นไม้ข้างเสาไฟฟ้ากลางถนน ที่นราฯ ทำให้ทหารได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด 1 นาย เบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวน ส่วนที่ ยะลา เจ้าหน้าที่เข้มความปลอดภัย …

24

ร.ต.อ.ไพบูลย์ เกื้อดำ รอง สว.สอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธิน ชุดลาดตระเวนเส้นสังกัด ฉก.นราธิวาส 32 เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษมสายปัตตานี นราธิวาส บ้านอีโย๊ะ ม.5 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ เป็นบริเวณโคนต้นไม้ข้างเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนน ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิด มีกองดินกระจัดกระจายคลุกเคล้าไปกับซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิกหนัก 20 กก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกเกลื่อนถนน และบนถนนพบหมวกกันกระสุน และสนามของเจ้าหน้าที่ทหารตกอยู่กลางถนน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ พ.จ.อ.ธีระพงศ์ มากเรน อายุ 40 ปี หัวหน้าชุด ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว แขน และขา เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะ และถูกส่งตัวรักษาต่อที่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.จ.อ.ธีระพงศ์ หัวหน้าชุด ได้นำกำลังพล รวม 6 นาย ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ออกจากฐานปฏิบัติการที่บ้านอีโย๊ะ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางให้กับคณะครูใน อ.บาเจาะ ผ่าน เพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามโรงเรียนต่างๆ ตามปกติเช่นทุกวันที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่จะสลับกันขี่รถจักรยานยนต์ และเดินเท้าตรวจสอบความเรียบร้อย เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด

เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มความปลอดภัย

จากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ จ.ยะลา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และเกิดเหตุซุ่มยิง ร.ต.ท.มะลาเซ็ง เซ๊ะบิง อายุ 58 ปี รองสวป.สภ.ลำใหม่ เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับจากละหมาด ในพื้นที่ ต.ลำใหม่  นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองยะลา ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครนำกำลังออกตั้งด่านตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นบุคคล และยานพาหนะทุกชนิดอย่างแข็งขัน รัดกุม เพื่อสกัดกั้นคนร้ายที่เดินทางเข้ามาก่อเหตุในเขตเมือง

พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ อส.ชคต. (เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบล) ยุโป จัดกำลังออกลาดตระเวนตรวจเส้นทางรถไฟ พื้นที่ระหว่างบ้านยุโป หมู่ 1 ต.ยุโป ไปทางสะพานดำ เขตติดต่อเขตเทศบาลนครยะลา โดยกำชับให้ตรวจสอบพื้นที่บริเวณทางรถไฟตลอดจนสองข้างทางโดยละเอียด เพื่อค้นหาสิ่งแปลกปลอม ที่คนร้ายกลุ่มก่อความไม่สงบแอบนำมาวางไว้ รอจังหวะระเบิดรถไฟที่แล่นผ่านเข้ามาในพื้นที่ เพื่อสร้างสถานการณ์

ปิดสนามหลวง1ก.พ.60 ฝั่งด้านทิศใต้ คืนพื้นที่ให้จัดสร้างพระเมรุ

ผู้ว่าฯ กทม. กำหนดแล้ว ปิดสนามหลวงฝั่งทิศใต้ 1 ก.พ.2560 เพื่อคืนพื้นที่ให้กรมศิลปากรจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีการเข้าไปวัดระดับพื้นที่เป็นครั้งแรกแล้ว คาดสำรวจข้อมูลเสร็จใน พ.ย.นี้ ขณะที่อธิบดีกรมศิลปากรยันยังไม่กำหนดวันลงเสาเอก แค่กำหนดกรอบเวลาทำงานให้ชัดเจน ขณะที่พสกนิกรจากทั่วประเทศยังหลั่งไหลเข้าถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เฉลี่ยวันละร่วม 3 หมื่นคน ส่วนมหาดไทยแจ้งทุกจังหวัด-อำเภอ จัดกิจกรรมปฏิญาณตน บำเพ็ญประโยชน์ ในงานรวมพลังแห่งความภักดี 22 พ.ย.นี้ โดยพร้อมเพรียง ขณะที่ รมว.กห.อาเซียน เทิดพระเกียรติในหลวง ร.9 พระมหากษัตริย์และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลก

23

ไม่ว่าวันเวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน คนไทยที่ได้พึ่งพิงอยู่ใต้ร่มพระบารมีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างไม่รู้คลาย และตั้งจิตมุ่งมั่นในการเข้ามาถวายสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างไม่ขาดสาย

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายชัยนันท์ พันธ์ภคไพโรจน์ หน.กลุ่มบริหารงานก่อสร้าง กรมศิลปากรร่วมกับเจ้าหน้าที่วิศวกรรมโยธา กรมศิลปากร เจ้าหน้าที่ กทม. จำนวน 20 คน นำกล้องสำรวจวัดระดับพื้นดินและแผนที่เข้ามาตรวจสอบระดับดินรอบสนามหลวงฝั่งใต้ พร้อมทั้งถ่ายรูปจุดสำคัญ เพื่อวางแผนสร้างพระเมรุมาศ ทั้งนี้ นายชัยนันท์กล่าวว่า นำเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ลงพื้นที่วัดระดับพื้นที่ และ ความกว้างของสนามหลวงฝั่งใต้ทั้งหมด เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียดสรุปเป็นแนวทางแผนก่อสร้างพระเมรุมาศ เป็นการสำรวจเบื้องต้นเท่านั้น หลังจากนี้จะเข้ามาเก็บข้อมูลเป็นระยะ ก่อนที่จะนำเสนออธิบดีกรมศิลปากรให้พิจารณา

สำรวจข้อมูลเสร็จใน พ.ย.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการก่อสร้างพระเมรุมาศนี้จะสร้างในจุดเดิมที่เคยก่อสร้างพระเมรุมาศของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ หรือไม่ นายชัยนันท์กล่าวว่า จะต้องไม่ซ้ำกับที่เดิม แต่จะเป็นตรงจุดไหนนั้น ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเป็นการสำรวจเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ข้อมูลที่ได้จะนำไปประมวลว่า พื้นที่มีความสูงต่ำเพียงใด จะต้องนำไปคำนวณปริมาณดินที่จะมาถม พร้อมกับวางแผนก่อสร้างอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้นำเครื่องมือสำรวจพื้นที่การจัดสร้างพระเมรุมาศ บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ หลังจากกรุงเทพมหานคร ได้ปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว นำกล้องวัดระดับลงไปหาระดับพื้นที่ในตลอดแนว ก่อนที่จะส่งต่อข้อมูลให้สถาปนิกและภูมิสถาปัตย์ พิจารณาเลือกระดับที่เหมาะสมต่อไป คาดว่าการสำรวจข้อมูลต่างๆจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้

คาดประชุม คกก.นัดแรกเร็วๆนี้
ต่อมา นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดสร้างพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบ พระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระ ยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรียบร้อยแล้ว มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติทุกประการ คาดว่าคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศจะประชุมนัดแรกในเร็วๆนี้

รอกำหนดวันลงเสาเอก
นายอนันต์กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีข่าวการกำหนดวันลงเสาเอกพระเมรุมาศในวันที่ 1 ก.พ.2560 นั้น ขอชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดวันลงเสาเอกแต่อย่างใด มีเพียงแต่การกำหนดช่วงเวลาการดำเนินงานในแต่ละด้าน เช่น การสำรวจและวัดระดับพื้นที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน จากนั้นช่วงธันวาคมเตรียมการก่อสร้างโรงขยายแบบ และจัดสร้างพระเมรุมาศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้น การกำหนดช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจนและไม่ให้เกิดความล่าช้าจนเกินไป เพราะเมื่อลงมือดำเนินงานแล้วต้องเผื่อช่วงเวลาในหน้าฝนไว้ด้วย

ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ทรงปรุงข้าวผัดสเปน
สำหรับการจัดแจกอาหารแก่ผู้มาช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่เต็นท์จิตรลดาอาสาทำเพื่อพ่อ ข้างประตูเทวาภิรมย์ ติดถนนมหาราช สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประทาน “ข้าวผัดสเปน” จำนวน 500 กล่อง ให้กับท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดา นำมาแจกจ่ายประชาชนที่เสร็จสิ้นจากการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ และเดินออกจากพระบรม มหาราชวัง ผ่านทางประตูเทวาภิรมย์ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา สำหรับอาหารที่พระราชทานให้พสกนิกร ในวันนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงปรุงด้วยพระองค์เอง ณ ห้องประกอบอาหาร พระตำหนักทิพย์พิมาน ต.โป่งน้ำร้อน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทรงใช้วัตถุดิบชั้นเลิศในการปรุง ทั้งข้าวสวย ไข่ไก่ กุ้งสด หอยแมลงภู่ ปลาหมึก หอยเชลล์ แครอท ถั่วลันเตา เนยสด นอกจากนี้ยังมีพระสหายร่วมรุ่นจากโรงเรียนจิตรลดาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี มาร่วมแจกจ่ายด้วย เมื่อราษฎรได้รับทราบว่าเป็นอาหารที่ทรงปรุงด้วยพระองค์เอง เนื่องจากห่วงใยประชาชนต่างก็ปลาบปลื้มปีติใจไปตามๆกัน

เตรียมทูลเกล้าฯ เข็มกลัดโบไว้ทุกข์
ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงอังกาบเผยว่า สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระประสงค์อยากให้ประชาชนรับประทานอาหารที่ดี จึงทรงเข้าครัวปรุงอาหารด้วยพระองค์เอง ตั้งแต่ช่วงสาย เหตุที่ทรงเลือกเมนูข้าวผัดสเปน เพราะเป็นเมนูทรงโปรดและทรงเชี่ยวชาญในการปรุง อย่างไร ก็ตาม ในส่วนของโรงเรียนจิตรลดา ได้จัดทำเข็มกลัดโบไว้ทุกข์ ที่ประดับด้วยเครื่องหมายเลข ๙ และเข็มกลัดที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 24 แบบ จำนวนหลายพันชิ้น เพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เพื่อทรงนำไปประทานให้แก่ประชาชนต่อไป

ทูลกระหม่อมหญิงฯโพสต์ไอจีไปสุโขทัย
ขณะที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ “อินสตาแกรม” ส่วนพระองค์ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เป็นภาพขณะประทานของแก่ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมข้อความ #แจกของเมื่อวาน วันนี้ออกมาเจอกันไม่ได้นะ เพราะต้องไปสุโขทัย

แบ่งโซนจัดระเบียบสนามหลวง
ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่เต็นท์กองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบผู้เข้าร่วมถวายสักการะอาลัยพระบรมศพ รวมถึงการวางแผนการย้ายเต็นท์จากสนามหลวงฝั่งทิศใต้มายังฝั่งทิศเหนือ เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศ โดยผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายทหารระดับสูงของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) ว่า แผนการเคลื่อนย้ายเต็นท์ต่างๆทางทิศใต้สนามหลวง มายังฝั่งเหนือนั้น ทางกรุงเทพมหานครเป็นผู้วางแผนจัดผังแบ่งเป็น 4 โซน โซนแรกเป็นเต็นท์พักคอยสำหรับผู้ที่มาถวายสักการะพระบรมศพ โซน 2 เป็นโซนเลี้ยงอาหาร โซน 3 เป็นโซนของเจ้าหน้าที่ และโซนสุดท้ายเป็นของประชาชนทั่วไป ในระยะยาวมีแผนจะนำเก้าอี้มาจัดเตรียมให้ประชาชนที่จะเข้าถวายสักการะได้นั่งในเต็นท์ทุกคน โดยจะเน้นดูแลประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพเป็นหลัก จะมีกลุ่มจิตอาสานำอาหารมาแจก โดยที่ไม่ต้องลุกออกจากที่นั่งเพื่อเป็นการแก้ปัญหาการแซงคิว ส่วนประชาชนทั่วไปที่จะเข้ามาในท้องสนามหลวงจะต้องถูกตรวจบัตรประชาชนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพแฝงตัวปะปนเข้ามา

เฉลี่ย 1 ปีรับได้กว่า 16 ล้านคน
สำหรับการรอคิวนั้น นายทหารของ กอร.รส.คนเดิมกล่าวว่า เฉลี่ยแล้วผู้ที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ จะใช้เวลา 5-6 ชั่วโมงต่อคน เนื่องจากมีข้อจำกัดของช่วงเวลาการประกอบพระราชพิธี ประกอบกับสถานที่ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทคับแคบ ทำให้ 1 ชั่วโมงสามารถรองรับประชาชนได้สูงสุดประมาณ 3 พันคน หากคำนวณในหนึ่งวัน เปิดให้เข้าถวายสักการะตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. สามารถรองรับได้ 45,000 คน คิดเฉลี่ยต่อปีจะได้ในราว 16,425,000 คน ไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแม้แต่น้อย กลับเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

ศูนย์อาสาฯเริ่มขาดน้ำดื่ม
ในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายพุฒิธาดา จินดานิล ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการสิ่งของบริจาคประจำศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers For Dad เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ทางศูนย์อาสาฯประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม เนื่องจากในช่วงแรกมีการบริจาคน้ำเข้ามาวันละ 1,000 แพ็ก ปัจจุบันมีการบริจาคเข้ามาเพียง 80-100 แพ็กต่อวัน ขณะที่ต้องกระจายน้ำดื่มไปยังพื้นที่เต็นท์บริการต่างๆ แจกประชาชนและเจ้าหน้าที่วันละ 1,000 แพ็ก ประกอบกับในพื้นที่ไม่มีจุดเติมน้ำดื่ม ต้องแจกน้ำดื่มขวดเป็นหลัก ทำให้ปริมาณน้ำดื่มมีไม่เพียงต่อความต้องการของประชาชน ตอนนี้ทางศูนย์ฯเหลือน้ำดื่มเพียง 15 แพ็ก ขอให้ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคน้ำดื่มกับเราได้โดยตรง

จัดเก้าอี้ให้นั่งเพิ่ม 11,300 ตัว
จากนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวภายหลังการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการย้ายเต็นท์จากสนามหลวงฝั่งทิศใต้มายังฝั่งทิศเหนือมีข้อสรุปว่า ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ จะย้ายเต็นท์แจกอาหารภายในสนามหลวงฝั่งทิศใต้ มายังเต็นท์ที่ กทม.จัดไว้ให้ในรอบข้างสนามหลวงฝั่งทิศเหนือก่อน แต่ยังคงมีเต็นท์กันแดดของแถวประชาชนรอบสนามหลวงไว้เช่นเดิม ส่วนเต็นท์จุดพักคอยประชาชนที่มารอคิวถวายสักการะพระบรมศพสนามหลวงฝั่งทิศเหนือจะจัดเก้าอี้ 10,000 ตัว ให้ประชาชนได้นั่งพักไม่ให้ยืนรอนาน และจัดเก้าอี้ก่อนเข้าประตูวิเศษไชยศรีอีก 1,300 ตัว

ปิดสร้างพระเมรุมาศ 1 ก.พ.
พล.ต.อ.อัศวินยังกล่าวถึงการสร้างพระเมรุมาศ เป็นเรื่องของทางสำนักราชวัง และกรมศิลปากร แต่จะมีการปิดกั้นรั้วพื้นที่รอบสนามหลวงฝั่งทิศใต้ทั้งหมด และกินพื้นที่มายังฝั่งทิศเหนือ 80 เมตร เตรียมก่อสร้างพระเมรุมาศในวันที่ 1 ก.พ.2560 โดยในวันที่ 10 ม.ค.2560 ต้องรื้อเต็นท์ที่พักประชาชน และเต็นท์กองอำนวยการสนามหลวงทิศใต้ทั้งหมด เพื่อคืนพื้นที่ให้กับกรมศิลปากร ในการสร้างพระเมรุมาศ เพราะเดิมทางกรมศิลปากรขอพื้นที่ในช่วงเดือน ธ.ค.59 แต่เราขอไว้ก่อน เพราะเกรงว่าช่วงเดือน ธ.ค.นี้ ส่งท้ายปีจะมีประชาชนเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพจำนวนมาก ต้องทำให้มีพื้นที่รองรับประชาชนก่อน

มท.ให้ทุกพื้นที่จัดรวมพลังความภักดี
สำหรับการจัดงานรวมพลังแห่งความภักดี เพื่อประกาศความจงรักภักดีร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพปีที่ 89 ที่รัฐบาลจะจัดในเช้าวันที่ 22 พ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าได้แจ้งให้ทุกจังหวัด และอำเภอ จัดกิจกรรมดังนี้ 1.กิจกรรมปฏิญาณตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์หน้าศาลากลางจังหวัด หน้าที่ว่าการอำเภอ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เป็นผู้กล่าวนำคำปฏิญาณด้วยข้อความแบบเดียวกันทั่วทั้งประเทศ 2.จัดกิจกรรมทำความดีที่แสดงออกด้วยกาย วาจาและใจ เช่น บำเพ็ญประโยชน์ เยี่ยมคนป่วยไข้ ผู้พิการ รณรงค์ทำความสะอาด พัฒนาขุดลอกแหล่งน้ำ กำจัดผักตบชวา

ยอดพสกนิกรลงนาม 8.5 ล้านคน
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยสรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย ในส่วนของต่างจังหวัด วันที่ 16 พ.ย.จำนวน 58,682 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.จำนวนทั้งสิ้น 8,557,436 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กิจกรรมสวดอภิธรรม ยอดสะสมจำนวนทั้งสิ้น 10,694,795 คน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมการทำบุญตักบาตร มีทั้งสิ้น 3,207,451 คน กิจกรรมอื่นๆจำนวน 3,609,932 คน

คนไทยในต่างแดนจัดงาน 20 พ.ย.
ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ก็กล่าวถึงการจัดกิจกรรมรวมพลังแห่งความภักดีฯ ในส่วนของคนไทยในต่างประเทศ คาดว่าจะเป็นวันที่ 20 พ.ย. เพราะเป็นวันอาทิตย์คนไทยในต่างประเทศสะดวกเข้าร่วมกิจกรรม ได้ประสานไปยังสถานทูตทั่วโลกแล้ว ส่วนรูปแบบกิจกรรมขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ดำเนินการให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงกับการสักการะเฉลิมพระเกียรติ ส่วนกิจกรรมในประเทศไทยรัฐบาลแบ่งเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่ ครม.จะร่วมถวายสัตย์คำปฏิญาณที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 พ.ย. หลังเคารพธงชาติ เวลา 08.00 น.และในส่วนของแต่ละกระทรวง นำโดยปลัดกระทรวง จะมีถวายสัตย์ปฏิญาณตน 5 ประการ อาทิ การแสดงความจงรักภักดี การปฏิบัติตามหลักของบ้านเมืองด้วยการเคารพกฎหมาย และหลักการพัฒนาตนเอง โดยน้อมนำสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานให้มาใช้

รวมพระราชนิพนธ์ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”
ที่กระทรวงวัฒนธรรม วันเดียวกัน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวันภาษาไทยแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2559 ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านภาษาและวรรณกรรม เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน มีมติว่าจะมีการรวบรวมบทความ และพระราชนิพนธ์ของพระองค์ ทั้งหมด 17 เรื่อง อาทิ พระราชานุกิจรัชกาลที่ 8 เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์ พระมหาชนก นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ เป็นต้น เพื่อจัดพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึกในงานพระราชพิธีพระบรมศพ แจกจ่ายห้องสมุดและโรงเรียนทั่วประเทศ โดยในส่วนของหนังสือพระราชนิพนธ์นั้น จะคัดเลือกบางเล่มและจัดพิมพ์เรื่องละ 10,000 เล่ม

พระอัจฉริยภาพด้านภาษาไทย
รมว.วัฒนธรรม กล่าวด้วยว่า วธ.ยังจะจัดสัมมนาพระอัจฉริยภาพด้านภาษาไทย ประมาณเดือนธันวาคม เชิญครูสอนภาษาไทยทั่วประเทศ ศิลปินแห่งชาติ นักวิชาการ นักเรียนและนักศึกษาที่เรียนด้านภาษาไทยเข้าร่วมสัมมนา รวมถึงได้ขอให้ทางโรงเรียนควรส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงพระอัจฉริยภาพด้านภาษาและวรรณกรรมของพระองค์ ขอให้เด็กและนักเรียนร่วมประพันธ์ บทกลอน และคำแสดงความอาลัย เพื่อรวบรวมในจดหมายเหตุ ขณะนี้ทาง วธ.ได้รวบรวมถ้อยคำแสดงความอาลัยได้ประมาณ 10,000 กว่าถ้อยคำ และบทกลอน 500 บทกลอน อีกทั้งจะจัดนิทรรศการพระอัจฉริยภาพด้านภาษาไทยและหนังสือพระราชนิพนธ์ จะมีการเชิญสำนักพิมพ์ต่างๆมาออกบูธ เพื่อจัดจำหน่ายหนังสือพระราชนิพนธ์เผยแพร่สู่ประชาชนทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยและมีพระราชดำริในเรื่องภาษาไทยและการใช้ภาษาไทยที่ก่อให้เกิดความตื่นตัวในการอนุรักษ์ภาษาไทยให้มีแบบแผน รวมทั้งพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมการประชุมของงานชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2509 และต่อมารัฐบาลประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ

นร.แปรอักษรแสดงอาลัย
ส่วนบรรยากาศต่างจังหวัดยังคงจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันอย่างต่อเนื่อง เริ่มที่โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล อ.เมืองปัตตานี คณะครูและนักเรียนกว่า 2,000 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ มีข้อความ “เดชะฯ รักพ่อ” และรูปหัวใจ จากนั้นยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงพระราชนิพนธ์สายฝน ที่โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ อ.เมืองลำพูน นายเลห์ ไทยเที่ยง ผอ.โรงเรียน พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียน 3,519 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่ในหลวงภูมิพล จากนั้นยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร้องเพลงขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป เพลงภูมิแผ่นดิน และเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ อยู่ในรูปหัวใจ

ตักบาตรถวายพระราชกุศล
ที่โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายทองหล่อ สิงห์คง ผอ.โรงเรียน พร้อมด้วยผู้ปกครอง และนักเรียนกว่า 2,500 คน ร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมจัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ยืนสงบนิ่ง 89 วินาที และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้นแปรอักษรเป็นรูปเลข ๙ ล้อมด้วยรูปหัวใจ มีตัวย่อ “อ.ดร.พอเพียง” (อนุบาลดำรงราชานุสรณ์ พอเพียงตามคำสอนพ่อหลวง) เพื่อแสดงความจงรักภักดี เช่นเดียวกับที่ ลานฝึกอบรมภายในอุทยานแห่งชาติภูพาน อ.เมืองสกลนคร นายวิมล อึ้งพรหมบัณฑิต หน.อุทยานแห่งชาติภูพาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ 168 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยแด่พระ บาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว พร้อมแปรอักษรคำว่า “รักพ่อ” เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทรงสร้างคุณูปการให้กับราษฎรอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะทรงให้ความสำคัญการอนุรักษ์ป่าไม้และสิ่งแวดล้อม

เกษตรกรสำนึกในพระคุณ
ที่แปลงนาข้าวอินทรีย์ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมธรรมชาติหนองยอ หมู่ 4 บ้านกุดหิน ต.กำแมด อ.กุดชุม จ.ยโสธร นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผวจ.ยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการ และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 600 คน จัดพิธีแสดงความอาลัยในหลวง ร.9 จากนั้นแปรอักษรข้อความ “๙ ตามรอยพ่อ เกษตรอินทรีย์ยโสธร” พร้อมยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงเดินตามรอยเท้าพ่อ นายบุญธรรม เปิดเผยว่า ในหลวงภูมิพลเป็นพระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย ทรงคิดค้นเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำนาแบบขั้นบันได โครงการฝนหลวง แก้ปัญหาดินเปรี้ยว เกษตรกรทั่วประเทศล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ร่วมวาดพระบรมสาทิสลักษณ์
ที่ริมแม่น้ำยม หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ถนนนิกรเกษม ต.ธานี อ.เมืองสุโขทัย กลุ่มศิลปินอิสระร่วมกันวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ลงบนแผ่นไม้อัดสูง 3.60 เมตร ยาว 89 เมตร ในกิจกรรม “River Art Sukhothai” ขึ้น เพื่อน้อมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ประชาชนชาวสุโขทัย ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมลงสีในภาพด้วย ขณะเดียวกันที่หอศิลปะดุริยนาฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร นายสุวิทย์ วงศ์บุญมาก อธิการบดี จัดกิจกรรม “ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมแข่งขันวาดรูปและระบายสีพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าในใจของเด็กๆ สำนึกถึงพระองค์ในรูปแบบใดบ้าง ส่วนที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อ.เมืองยะลา นักศึกษากว่า 100 คน วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามฝาผนัง และภายในอาคารกว่า 100 ชิ้นงาน เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

รมว.กห.อาเซียนร่วมเทิดพระเกียรติ
ส่วนที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวหลังการประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ณ กรุงเวียงจันทน์ ว่าที่ประชุมได้กล่าวแสดงความเสียใจกับประชาชนชาวไทย และแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยร่วมเทิดพระเกียรติในฐานะพระมหากษัตริย์และผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลก

นักวิชาการชี้เปิดคาสิโน รายได้มาก-จ้างงานเพิ่ม

นักวิชาการระบุการเปิดคาสิโนถูกกฎหมายสร้างรายได้มาก เสริมอัตราการจ้างงาน และไม่เพิ่มการก่ออาชญากรรม

22

ผู้สื่่อข่าวรายงานจากโรงแรมเดอะ สุโกศล ถนนศรีอยุธยาว่า ในวันนี้ได้จัดการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานการวิจัยเรื่อง “ภาษีการพนันและสนามม้า” เสนอโดยนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณะบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และคณะทำงาน

โดยนายสังศิต กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหนุนให้รัฐบาลจัดตั้งคาสิโนที่ถูกกฎหมาย แต่เป็นเรื่องที่กรมสรรพสามิตคุยกับตนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยจุดมุ่งหมายหลักๆ คือศึกษาผลกระทบการเปิดคาสิโนและเมื่อเกิดผลกระทบแล้วจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งทีมงานได้มีการศึกษาทั้งเรื่องคาสิโนได้ในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า มาเลเซีย ดูเรื่องของการแข่งม้าของประเทศอื่นๆ รวมถึงได้มีการสำรวจความเห็นของคนไทยว่ามีความเห็นต่อคาสิโนอย่างไร

ด้านนางดวงพร อาภาศิลป์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงงานศึกษา “คาสิโนในเขตบริหารพิเศษมาเก๊า แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” ตอนหนึ่งว่า ภาพรวมของการพนันโลก ทางภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีอัตราเติบโตมากที่สุดในโลก เนื่องจากมีหลายประเทศได้เปิดนโยบายให้การพนันเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ในส่วนเขตบริหารพิเศษมาเก๊าที่ประเทศจีน ตั้งแต่มีนโยบายเปิดเสรีการพนันคาสิโนตั้งแต่ปี 2545 ทำให้มีรายรับภาษีเกม (Tax revenue from gaming) เติบโตมากขึ้น โดยในปี 2557 มาเก๊ามีรายรับภาษีเกมมากถึง 136,710 ล้านปาตาคา หรือประมาณ 615,195 ล้านบาทไทย

นางดวงพร กล่าวว่า ในส่วนผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและสังคมจากการเปิดคาสิโนของมาเก๊านั้น จากงานวิจับพบว่าสิ่งที่ส่งผลกระทบมากที่สุดคือการเพิ่มพนักงานชาวต่างชาติ ที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึงน่าจะเป็นผลมาจากการพัฒนาอุตสาหกรรม MICE (Meeting, Incentives, Conferencing, Exhibitions) นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้ประชาชนมีสวัสดิการที่ดีขึ้น โดยรัฐบาลมาเก๊านำรายได้จากคาสิโน ให้เป็นโบนัสกับประชาชน 22000 – 26000 บาทต่อปี ยังมีสวัสดิการให้การศึกษาฟรี 15 ปี ให้การรักษาพยาบาลฟรี แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องของผู้ติดพนันเพิ่มขึ้น การมีความปลอดภัยสาธารณะที่เลวลง และการเพิ่มขึ้นของจำนวนอาชญากรตามลำดับ

ส่วนนายวิษณุ วงศ์สินศิริกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวถึงรายงาน “คาสิโนในสิงคโปร์ และมาเลเซีย” ตอนหนึ่งว่า ด้วยเนื่องประเทศสิงคโปร์ ไม่มีทรัพยากรภาคการผลิตที่แข่งขันกับคนอื่นได้ จึงต้องเน้นไปที่ภาคบริการ ให้เป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ โดยมีแนวคิดคาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวก็ถูกต่อต้านมาโดยตลอดจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และเอ็นจีโอ แต่ตัวนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรี ได้ระบุว่าเรื่องการทำคาสิโนให้ถูกกฎหมาย ไม่ไดเป็นเรื่องศีลธรรมแต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ จึงได้ประกาศนโยบายดังกล่าว แต่ไม่ได้เป็นการเปิดแบบคาสิโนโดยตรง หากมาในรูปแบบของธุรกิจ MICE เป็นแหล่งท่องเที่ยว เสียมากกว่า

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า หลังจากที่เปิดคาสิโนถูกกฎหมายในปี 2553 ก็มีผลกระทบด้านบวกคือ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เกิดการจ้างงานมากขึ้น สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ประเทศมีความเป็นสากลมากขึ้น มีรายได้จากภาษีพนันเพิ่มขึ้น ป้องกันเงินรั่วไหลออกนอกประเทศ สามารถควบคุมปัญหาการพนัน และอาชญากรรมได้ดีขึ้นน ส่วนผลกระทบด้านลบนั้น เช่น ดูดซับเงินจากธุรกิจอื่น มาสู่ธุรกิจคาสิโน, ยังมีมีหลักฐานชัดเจนในเรื่องการป้องกันคนไปเล่นพนันที่ต่างประเทศ และมีปัญหาสังคมอื่นๆ รวมถึงปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งในส่วนนี้ทางการสิงคโปร์มั่นใจว่าจัดการได้ดี

ขณะที่นายกฤษฎา พรประภา อาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวถึงงานวิจัย “สำรวจทัศนคติของประชาชนในการจัดตั้งคาสิโน ในประเทศไทย” ว่ารายงานผลการศึกษาจะพบว่าทุกช่วงอายุจะเคยเล่นการพนันมากกว่าไม่เคยเล่น ซึ่งคนที่มีการศึกษาต่ำกว่า ปริญญาตรี หรือมีรายได้ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปี จะเคยเล่นการพนันมากถึง 37.1% ทั้งนี้งานสำรวจยังได้พบว่าคนส่วนใหญ่เล่นการโดยมีเหตุผลเพื่อการเสี่ยงโชคมากถึง 48.4% และเพื่อความตื่นเต้น 24.4% ทั้งนี้การสำรวจพฤติกรรมของประชาชนที่เล่นการพนันจะพบ 3 สาเหตุหลักๆคือชอบเป็นการส่วนตัว เพื่อความตื่นเต้นเพลินๆ และมีแหล่งที่เล่นอยู่ใกล้ๆ ดังนั้นงานวิจัยนี้จะทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะมีคาสิโนหรือไม่ ประชาชนก็ยังคงเล่นการพนันอยู่ดี

นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า ในการสำรวจทัศนคติของประชาชนต่อการเปิดคาสิโนถูกกฎหมายในรูปแบบสถานบันเทิงครบวงจรนั้น จะพบว่ากลุ่มคนที่เห็นด้วยส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำว่า 200,000 บาทต่อปี และมีการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือต่ำกว่า และผลกระทบที่ประชาชนคิดว่าจะเกิดขึ้นหลังเปิดคาสิโนในรูปแบบสถานบันเทิงครบวงจรคือ เกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มขึ้น แต่จากการลงพื้นที่ของคณะทำงาน ในประเทศที่มีการเปิดคาสิโนถูกกฎหมาย จะพบว่าสถิติการเกิดอาชญากรรมไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่หลายคนเข้าใจ หากพูดตามตรงก็คืออัตราการก่ออาชญากรรมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเขาไม่มีงานทำ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว หากมีการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร จะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นหลายอัตรา ทั้งนี้การลงพื้นที่ศึกษาแต่ละภูมิภาค ก็มีความเห็นไม่ค่อยตรงกัน ซึ่งบางภาคอีสาน และภาคเหนือ จะมีความคิดทางเห็นด้วย ส่วนภาคตะวันตกจะมีความคิดค่อนไปทางไม่เห็นด้วย

“ผลสรุปพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการตั้งคาสิโนถูกฎหมาย โดยยังมีข้อแนะนำอีกว่าว่ารัฐบาลควรกันรายได้บางส่วนจากคาสิโน ไปจัดตั้งกองทุนเพื่อประโยชน์ของสังคมให้มากพอ และควรมีกระบวนการตรวจสอบเรื่องของรายได้ รายจ่าย ที่ชัดเจน และประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนนี้ได้ง่าย ทั้งนี้รัฐบาลควรส่งเสริมให้ประชาชนเข้าใจว่ารีสอร์ทคาสิโนนั้นเป็นเพียงสถานบันเทิง เป็นสถานที่จัดประชุม ซึ่งมีสถานที่เล่นการพนันเพียง 25% ควรมีข้อกำหนดของคนที่จะเล่นการพนันเช่น จำนวนเงินผู้เล่น อายุ เป็นต้น รวมถึงห้ามไม่ให้ข้าราชการ นักการเมือง เข้าเล่นการพนันเพื่อป้องการกันฟอกเงิน”นายกฤษฎา กล่าว

ในส่วนของการลงสำรวจในพื้นที่ชายแดนที่ติดกับคาสิโนถูกกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้านนั้น นายศรัณย์ ธิติลักษณ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การสำรวจพื้นที่ จ.เชียงราย แถวชายแดนเราได้สอบถามผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปิดคาสิโนของประเทศเพื่อนบ้าน พบว่าในพื้นที่นั้น ไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัดมากนัก เนื่องจากมีรายได้จากการทำเกษตรกรรมเป็นหลัก ในส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวก็มีผลกระทบบ้าง คือมียอดจองที่พัก และมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่อาจระบุได้ว่ามาจากนักพนัน ส่วนผลกระทบทางสังคมพบว่า อาชญากรรมในพื้นที่ก็ไม่มี

ด้านนายวิษณุ กล่าวถึงการสำรวจในพื้นที่ชายแดนจ. สระแก้วว่า ธุรกิจบ่อนที่ชายแดนประเทศกัมพูชาหรือในปอยเปต ได้สร้างงานให้คนกัมพูชา และคนไทยที่ข้ามไปทำงานยังฝั่งไทยด้วย ลดอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากคนกัมพูชาในฝั่งไทย ซึ่งเมื่อก่อนคนที่มาก่ออาชญากรรมในฝั่งไทยนั้นส่วนใหญ่จะเป็นคนกัมพูชา ซึ่งหลังจากเปิดบ่อนการพนันปัญหานี้ก็ลดลง แต่ผลกระทบด้านลบก็มีบ้างในช่วงการเปิดบ่อนช่วงแรกๆ เพราะชาวบ้านก็อยากจะลองไปเล่นดู ซึ่งเมื่อระยะผ่านไปปัญหาค่อยๆลดลง อีกทั้งคน จ.สระแก้ว ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนมีฐานะด้วย

ทั้งนี้นางดวงพร ยังได้กล่าวถึงงานวิจับเรื่อง “การแข่งวัวชน” ว่าเป็นการพนันที่รัฐอนุญาตให้มีได้ และไม่มีการเพิ่มใบอนุญาต ซึ่งขณะนี้มีบ่อนวัวชนอยู่ 28 แห่งทั่วประเทศไทย โดยการจับเก็บภาษีของบ่อนจะเป็นในรูปแบบภาษีรายได้ และค่าธรรมเนียม ทั้งนี้วงเงินเดิมพันหมุนเวียนไม่ต่ำกว่าหลายสิบล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมวงเงินที่นักพนันเล่นกันเองอีก โดยการเลี้ยงวัวชนยังก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น เช่นรับจ้างเลี้ยงวัว เช่าคอกวัว ค้าขายอาหาร สร้างรายได้ให้ท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้การแข่งวัวชนนั้นไม่ได้แข่งจนตาย หากแต่ดูว่าถ้าตัวไหนถอย จะถูกตัดสินให้แพ้ ในส่วนผลกระทบนั้นบ่อนวัวชน จะกลายเป็นศูนย์รวมของสังคมท้องถิ่นที่สนใจดูพนันวัว ถ้าเป็นบ่อนขนาดใหญ่ และมีวัวคู่ที่มีชื่อเสียง จะมีผู้ชมถึงหลักหมื่นด้วย

“เกิด” หรือ”ดับ” คาสิโนถูกกฎหมาย..เมืองไทย

พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พร้อมด้วย นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง , นายบุญเลิศ คชายุทธเดช , นายดำรงค์ พิเดช สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิก สปช.คนอื่นๆ รวม 12 คน ร่วมกันแถลงข่าวสนับสนุนให้รัฐบาลพิจารณาเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย เพื่อเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

21

โดย พ.ต.อาณันย์ กล่าวว่า สิ่งที่เราห่วงคือปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ การจัดเก็บภาษีให้ครบเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา การทำสิ่งผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมายอย่างคาสิโน เป็นสิ่งที่ทุกประเทศทำเพื่อจัดระเบียบในการนำเงินเข้ารัฐ ไม่ต้องการให้เงินจากนักท่องเที่ยวไหลออกโดยไม่ได้ประโยชน์ ยังไม่พูดถึงคนไทยที่ไปเล่นในคาสิโนชายแดนเพื่อนบ้าน ซึ่งมีวงเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท และคาดว่าอีก 30 ปี จะมีคาสิโนรอบชายแดนอีกไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง กลายเป็น Las Vegas ขนาดย่อม หากทำคาสิโนให้ถูกกฎหมายในประเทศไทย คนไทยจะมีงานทำมากขึ้น หากยังผิดกฎหมายอยู่ก็ควบคุมไม่ได้ ทำให้เป็นส่วนหนึ่งในการฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีอิทธิพล เราห้ามคนไม่ให้เล่นการพนันไม่ได้ เหมือนเหล้าบุหรี่ที่มีอยู่แต่ห้ามไม่ให้โฆษณาแค่นั้น จะเร่งทำเรื่องนี้นำร่องเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ ได้แก่ พัทยา และภูเก็ต อยู่ที่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตัดสินใจอย่างไร เพราะสิ่งที่คนห่วงที่สุดคือปัญหาเศรษฐกิจ

ด้าน นายเกรียงไกร กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่าคนไทยเกิดมาก็รู้จักการพนัน ไม่ว่าจะเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ไก่ชน ควรเลิกดัดจริต รัฐบาลชุดนี้ติดขัดเรื่องเดียวคือปัญหาเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจะดีได้ต้องดึงเงินนอกระบบขึ้นมา พบว่าคนที่ไปเล่นการพนันในต่างประเทศ 80% คือคนไทย การเปิดคาสิโนเป็นการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ เป็นการดึงภาษีบาปมาเป็นภาษีบุญ มาช่วยเหลือคนจน ส่งเสริมพระพุทธศาสนา คนพิการ การศึกษา ซึ่งเราจะศึกษาระบบต่างๆ ให้ครอบคลุม หากถามว่าไม่กลัวคนเสียผลประโยชน์ทำร้ายเอาหรือ ตนยืนยันว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนจะทำ การเปิดคาสิโนจะเน้นลูกค้าต่างชาติ เหมือนในต่างประเทศถ้าคนในชาติตัวเองไปเล่นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือเงินสดจำนวนมากก่อน ดังนั้นคนยากจนไม่มีสิทธิเข้า จึงเห็นด้วยในการสนับสนุนรัฐบาลให้เปิดคาสิโน

ส่วน นายบุญเลิศ กล่าวว่า การแก้ปัญหานักพนันหอบเอาเงินไปทิ้งขว้างประเทศเพื่อนบ้านนั้น ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดให้เอกชนทำสัญญากับรัฐในการเปิดคาสิโน เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเล่น สมควรตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อศึกษาถึงผลดีผลเสียในมิติต่างๆ ในการดำเนินการต่อไป ประชาคมอาเซียนจะเปิดในปลายปีนี้แล้ว ชาวต่างชาติจะเข้ามาอีกมาก จึงเป็นเรื่องที่รอไม่ได้

ขณะที่ นายดำรงค์ กล่าวว่า งบประมาณของรัฐมีไม่เพียงพอในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร เงินที่ได้จากคาสิโน 5 ปี 15,000 ล้านบาท สามารถนำเงินมาปลูกป่าได้ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเอาหรือไม่